Politics

อดีตผู้สมัครผู้ใหญ่บ้าน จ.นราธิวาส สงสัย ใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทิน จากคดีผู้เสพยา โทษแค่รอลงอาญา ลงสมัครไม่ได้ ร้องศาลปกครองก็บอกขาดคุณสมบัติ แต่ทำไม ส.ส.และ รัฐมนตรี เป็นได้

นายสมเจตน์ สะตาปอ อดีตผู้สมัครผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เปิดเผยกับ The Reporters สงสัยกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ้างว่ามี พ.ร.บ.ล้างมลทิน 2 ฉบับทำให้ล้างโทษที่เคยถูกปลดจากราชการและเคยต้องคำพิพากษาคดีค้ายาเสพติของศาลออสเตรเลีย ทำให้มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้

แต่ทำไม นายสมเจตน์ ที่เคยจะสมัครผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 กลับไปม่สามารถสมัครได้ โดยอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อ้างว่าเคยมีคดียาเสพติด ไม่สามารถใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทินได้ และศาลปกครองสงขลา มีคำพิพากษาว่าสมัครผู้ใหญ่บ้านไม่ได้

โดยนายสมเจตน์ เคยต้องคดียาเสพติดเมื่อ 7 ก.ย.ปี 2538 ซึ่งเป็นเพียงคดีเสพยาเสพติด ศาลสั่งให้เป็นผู้ป่วย รอลงอาญา 2 ปี และบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ไม่เคยจำคุก ไม่ได้ค้ายาเสพติด แต่เมื่อไปสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านที่อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อปี 2559 ได้ยื่น พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ.2550 แต่ไม่สามารถสมัครได้ ถูกตัดสิทธิ์จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยอ้างว่า เคยต้องคดียาเสพติด ทำให้เสียสิทธิ ไมได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน

นายสมเจตน์ จึงไปฟ้องศาลปกครอง ที่จ.สงขลา เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2559 รอการตัดสินมาเกือบ 2 ปี จนศาลปกครอง มีคำพิพากษาเมื่อปี 2561 อ้างคำสั่งนายอำเภอเจาะไอร้อง ยืนยันว่านายสมเจตน์ ขาดคุณสมบัติสมัครผู้ใหญ่บ้าน ไม่สามารถ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ได้

“ผมก็ติดตามข่าวของท่านรัฐมนตรีว่า ทำไมของเขา สมัคร ส.ส.ได้ และเป็นรัฐมนตรีได้ ทั้งๆที่คดีในออสเตรเลียเกิดในปี ‪2536-2539‬ ที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกับผม เมื่อปี 2538 และผมได้ใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ.2550 แต่ถูกตัดสิทธิสมัครผู้ใหญ่บ้าน ผมจึงสงสัยว่าทำไมเราแค่สมัครผู้ใหญ่บ้านยังไม่ได้ เขาใช้สิทธิ อะไร หรือมีกฎหมายพิเศษอะไร เป็นส.ส.และรัฐมนตรีได้ เลยรู้สึกว่าความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ มีสูงมาก” นายสมเจตน์ กล่าว

นายสมเจตน์ เปิดเผยว่า กำลังติดตามกรณีนี้ ถ้ามีการตัดสินว่า รัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ นายสมเจตน์ ก็จะร้องต่อศาลปกครองกลาง ว่าทำไมกรณีของเขาจึงใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทินไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นเพียงคดีเล็กน้อย และสมัครผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น

ซึ่งกรณีของนายสมเจตน์ ลักษณะเดียวกับ กรณีมีการอ้างอิงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.43/2561 ที่ศาลมีคำพิพากษาว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ม.ที่ 2 ต.หนองผักแว่น อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกผู้ใหญ่บ้าน

เนื่องจากพระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ.2550 มาตรา 3 ได้บัญญัติคำนิยามของผู้ต้องโทษ ว่าผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษหรือกักกันและให้หมายความรวมถึงผู้ถูกลงโทษโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฏหมาย ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการถูกลงโทษโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล มาตรา 4 บัญญัติว่า ให้ล้างมลทินแก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆที่กระทำก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้พ้นโทษไปแล้ว ก่อนหรือในวันที่พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้

โดยให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ แต่ในมาตรา 7 ไม่ได้บัญญัติบัญญัติว่า การล้างมลทิน ตามมาตรา 4 และมาตรา 5 ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับการล้างมลทินในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้ถูกลงโทษหรือคำพิพากษาที่พิพากษาว่าได้กระทำผิดนั้น ไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติมาตรใดที่ให้ลบล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษ

ในกรณีความผิดต่างๆให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยถูกลงโทษ แต่มิได้มีผลเป็นการลบล้างคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้ถูกลงโทษนั้นด้วย ดังนั้นเมื่อผู้ฟ้องคดีเคยต้องคำพิพากษาว่าได้มีการกระทำความผิดกฏหมายว่าด้วยยาเสพติด ความผิดนั้นก็ยังคงอยู่ ผู้ฟ้องคดีจึงขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามที่จะได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน

Related Posts