Politics

“พิธา” ลงพื้นที่สีม่วง EEC จ.ฉะเชิงเทรา ที่กำลังกลายเป็นนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบพื้นที่เกษตร ประชาชนจะไม่มีที่ดินทำกินกว่า 75 ครอบครัว

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ปรึกษานโนบายด้านการเกษตรพรรคอนาคตใหม่ และเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ลงพื้นที่ ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพราะเป็นพื้นที่น้ำเค็มจากทะเลอ่าวไทย และน้ำจืดจากแม่น้ำบางประกงมาบรรจบกัน ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนา นอกจากนี้ยังหารายได้จากกุ้งทะเล ปลาทะเล และปูทะเล ที่อาศัยอยู่ในนาข้าวได้ด้วย และบริเวณนี้ยังมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ

แต่จากร่างผังเมืองรวมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) พื้นที่ ต.เขาดิน และพื้นที่ใกล้เคียงกำลังจะถูกกำหนดเป็น “พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม” หรือ “พื้นที่สีม่วง” ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 47/2560 และพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 ซึ่งกำหนดให้จัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตะวันออก

โดยมีการยกเลิกผังเมืองเดิม ร่างผังเมืองรวมอีอีซี ที่ถูกจัดทำขึ้นใหม่ถูกประชาชนในพื้นที่คัดค้าน เพราะเห็นว่าโครงการขนาดใหญ่ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เดิมที่ผังเมืองของตำบลเขาดิน และพื้นที่ใกล้เคียงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว ใช้สำหรับเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และห้ามจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม แต่ร่างผังเมืองรวม EEC ใหม่กำหนดให้เป็นพื้นที่สีม่วงสำหรับใช้ทำนิคมอุตสาหกรรม

ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ได้มีการดำเนินการขุดดินถมที่และก่อสร้างอาคาร ซึ่งส่งผลกระทบกับการไหลของน้ำทำให้น้ำท่วมขัง ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ประชาชนบ้างส่วนยังต้องสูญเสียที่ดินทำกินเนื่องจากถูกยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน รวมถึงถูกไล่รื้อทำให้มีประชาชนไร้ที่ดินทำกินไม่ต่ำกว่า 75 ครอบครัว หรือประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินเองก็ถูกบีบบังคับให้ต้องขายที่ดิน ด้วยการถมที่ดิมล้อมบ้านและที่ดินทำกิน

คณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่ ต.เขาดิน อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา พบว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่การพัฒนาประเทศควรต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบ และที่สำคัญไม่ว่าจะพัฒนาประเทศไปทางอุตสาหกรรมหรือจะเป็นเกษตรกรรม ประชาชนควรจะต้องส่วนร่วมในการตัดสินใจในฐานะเจ้าของประเทศคนหนึ่ง

นายพิธา กล่าวว่า การลงพื้นที่ ต.เขาดิน ครั้งนี้ มี2 วัตถุประสงค์หลักคือ 1.มาดูศักยภาพเชิงพื้นที่ทางการเกษตร 2.มาพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อรับฟังถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขในโอกาสต่อไป

ทางพรรคเห็นด้วยกับการสร้างความเจริญเติบโตให้กับประเทศด้วยการส่งเสริมการลงทุน ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ แต่การพัฒนาต้องทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่เขาดิน ซึ่งเห็นชัดเจนว่ามีต้นทุนด้านทรัพยากรที่หลากหลายจึงอาจจำเป็นที่ต้องพิจารณาดูว่า จะทำอย่างไรให้การพัฒนาเกิดขึ้นโดยดึงเอาศักยภาพของพื้นที่มาส่งเสริมให้เป็นเกษตรอัตลักษณ์ และสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้การพัฒนานั้นเป็นไปอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ กำลังส่งผลกระทบต่อกระดุมเม็ดแรก คือ เรื่องที่ดิน ที่ทำกิน และจะส่งผลให้การใช้ชีวิตจากนี้เกิดความยากลำบาก ดังนั้นในบทบาทหน้าที่ของผู้แทนราษฎร จึงคาดหวังให้เกิดการพูดคุยหาทางออกจากทุกฝ่าย เพื่อหาจุดร่วมการพัฒนา ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นสัญญาไว้

Related Posts