ผู้หนีภัยเมียนมาในศูนย์ถ้ำหินกว่า 4,400 ชีวิตเผชิญวิกฤต หลังสหรัฐฯ ตัดงบฯ กระทบอาหาร-ค่ารักษาพยาบาล
ความเป็นอยู่ใน ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา อาศัยอยู่กว่า 20 ปี พบ ส่วนมากบ้านทำมาจากไม้ไผ่มัดด้วยเชือกฟาง – หลังคาใช้ผ้ายาง ป้ายโฆษณามุง
ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีผู้หนีภัยสงครามจากประเทศเมียนมาอาศัยอยู่มากกว่า 4,421 คน โดยมีทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้สูงอายุ ซึ่งหนีภัยสงครามจากเมียนมาเข้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ที่เมียนมาได้ปราบปรามกลุ่มต่อต้านอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้หนีภัยหลบหนีเข้ามาอยู่บริเวณชายแดนด้านตะวันตก ที่เรียกว่า ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (Myanmar Displaced Persons) โดยมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยเข้าเมืองผิดกฎหมายตามพรบคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 ซึ่งรัฐบาลไทย ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม จึงผ่อนปรนให้ผู้หนีภัย มาอาศัยอยู่ในในประเทศไทย เฉพาะในพื้นที่พักพิงชั่วคราว จำนวน 9 แห่งใน 4 จังหวัด ได้แก่แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับการลงทะเบียนจำนวน 77,313 คน
ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน ยังคงมีผู้หนีภัยสงครามจากเมียนมาอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น โดยจะมีการแบ่งโซนออกเป็น 4 โซน 16 หมู่บ้าน แต่ละบ้านจะมีป้ายเขียนข้อความลักษณะคล้ายเลขที่บ้านเอาไว้ ซึ่งลักษณะของบ้านเรือนส่วนใหญ่ จะปลูกสร้างด้วยไม้ไผ่ที่นำมาสานต่อกัน พร้อมมัดไว้ด้วยเชือกฟาง หลังคาใช้เพียงแผ่นป้ายโฆษณา หรือผ้ายางมุงไว้ โดยจะมีทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างบ้าน ขณะที่บางหลังคาเรือนที่พอมีรายได้ จะก่อสร้างโดยใช้อิฐ ปูน แต่ถือว่ายังไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก
ส่วนการใช้ไฟ จะนิยมใช้แผงโซลาร์เซลล์ ขณะที่น้ำที่ใช้อุปโภค บริโภค ก็จะใช้น้ำจากแม่น้ำ ที่ปั๊มใส่ถังกลางของหมู่บ้านผ่านเครื่องปั๊มน้ำ ที่ใช้ไฟจากแผงโซลาร์เซลปั๊มน้ำขึ้นมาใช้เพื่อชำระล้างสิ่งของ หรืออาบน้ำ
นายพอ ตอ เค คณะกรรมการศูนย์ พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน เปิดเผยว่า ตอนนี้ในศูนย์พักพิงหลังจากที่สหรัฐฯ ตัดงบประมาณ เราได้เก็บเงินจากในชุมชน และมีคนใจบุญมาช่วยบ้าง เราก็ดูแลกันไป เรื่องอาหารก็จัดงบไปเยอะ ยังเหลือไส้ให้กลุ่มเปราะบางไม่กี่ครัวเรือนแต่เงินก็ไม่พอ บ้านไหนที่ไม่มีจริงๆ เขาก็จะแจ้งมากับคณะกรรมการ เราก็ไปช่วยจุนเจือในบ้าน ส่วนการให้ออกไปทำงานข้างนอกได้ก็ถือว่าช่วยได้เยอะ แต่บางคนก็ยังมีปัญหาอยู่เพราะทำงานไกลบ้าน และ The Border Consortium (TBC) ก็ช่วยเหลือในการดูแลมาเยี่ยมคนที่ไปทำงานช่วยพูดคุยกับผู้ประกอบการด้วย
ส่วนมากคณะกรรมการ จะหางบจากผู้ใจบุญมาเก็บไว้ เป็นส่วนหนึ่งเท่าที่ได้เพื่อช่วยคนที่ไม่มีจริง ๆ ซึ่งปัญหาขนาดนี้ก็เป็นเรื่องของค่ารักษาพยาบาลซึ่ง ต้องใช้ทั้งค่ารถค่าพยาบาลค่ารักษาพยาบาลค่าน้ำมันในการเดินทางไปส่งค่าล่ามประมาณเดือนละ 40,000 ถึง 50,000 บาท ระยะทางที่ค่อนข้างไกลเมื่อป่วยฉุกเฉินมาก็ต้องหารถเพื่อที่จะไปส่งที่โรงพยาบาลสวนผึ้ง ไปแต่ละครั้ง ค่ารถก็ 1,000 บาทด้วยระยะทางก็ลำบากอยู่ การเดินทางก็ลำบาก จึงยังมีปัญหา















