HUMANITY

‘กรมการปกครอง’ เปิดคลินิกสัญชาติ แก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ

‘กรมการปกครอง’ ร่วมหลายหน่วยงาน เปิดคลินิกสัญชาติ แก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ “รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ” ที่ อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี

วันนี้ (17 มี.ค. 69) นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับ นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นพ. วรงค์ (ไม่มีในต้นฉบับแต่ตรวจสอบอักษรย่อ) น.ส. นันทนีย์ เจษฎาชัยยุทธ์ ผู้แทน UNHCR ประเทศไทย นายสรชาย ครองยุทธ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นายอานนท์ หนุนชู นายอำเภอโขงเจียม นางปทิตตา โฉมประดิษฐ์ ผอ. สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี นายภูธร พันธรังศรี ผู้ประสานงานเครือข่ายฮักน้ำของ ร่วมเปิดโครงการ “รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ” ซึ่งมีการเปิดคลินิกสัญชาติ คลินิกสิทธิมนุษยชน อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิสถานะบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ซึ่งมีจำนวน 4.8 แสนคนทั่วประเทศ จะได้รับใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทย

นายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป. ลาว มีกลุ่มลาวอพยพ มาอยู่อาศัยในลักษณะเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับคนไทยจำนวนมากถึง 5,382 ราย และยังมีกลุ่มญวนหรือเวียดนามอพยพอีกจำนวนมากที่จะได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไปในเร็วนี้ จึงได้เกิดโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ ในแนวคิด “รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ” ในพื้นที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ในวันนี้

สำหรับมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 29 ตุลาคม 2567 มีหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร ซึ่งมีการลดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิม 270 วัน และ 180 วัน คงเหลือเพียง 5 วัน ถือเป็นการแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติพี่น้องชนกลุ่มน้อยกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในทุกภาคเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาโดยให้สัญชาติไทย และสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาลไปแล้วถึง 113,274 ราย โดยถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับคำชมเชยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอบคุณผู้แทนมาในวันนี้ ที่ชื่นชมว่าประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่แก้ไขปัญหาภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติดีที่สุดในโลก โดยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

“กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้เร่งรัดสำรวจและจัดทำข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสิทธิต่าง ๆ ของผู้ได้รับสัญชาติไทยอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิการศึกษา สิทธิทางการเมือง เป็นต้น ตามนโยบายของท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติและสถานะบุคคลภายใต้แนวคิด “อำเภอพึ่งได้” DOPA 2026 Better Together ในการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล โดยได้พบว่าในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี”

ในวันนี้กรมการปกครอง ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่จากผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเทศไทย ที่ทำการปกครองจังหวัดอุบลราชธานี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียน ได้แก่

1.แก้ไขกลุ่มชาติพันธุ์ที่ผิดพลาด จำนวน 93 ราย

2.ถ่ายบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย จำนวน 2 ราย

3.ขอมีสัญชาติไทย จำนวน 9 ราย

4.ลงทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ 0 ใหม่ จำนวน 8 ราย

5.คนไทยตกหล่น (ตรวจดีเอ็นเอ) จำนวน 3 ราย

6.ขอคำปรึกษาจากคลินิกสัญชาติเพื่อแก้ไขปัญหาทางทะเบียน จำนวน 109 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 224 ราย
รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาในวันนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และสามารถแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้มีปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลได้อย่างเท่าเทียม กรมการปกครองในฐานะที่เป็นสำนักทะเบียนกลาง

“ต้องขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ในวันนี้ โดยโครงการจะดำเนินการถึงวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 และหลังจากนี้กรมการปกครอง จะมอบหมายให้สำนักบริหารการทะเบียน ได้สรุปผลการดำเนินการ และสร้างต้นแบบ เพื่อให้พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นสำนักทะเบียนอำเภอทุกอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อไป”

นายวิฑูรย์ ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานร่วมมอบบัตรประจำตัวถิ่นที่อยู่ถาวร รวมถึงบัตรประชาชนกับผู้ได้รับสิทธิตามมติ ครม. 69 สร้างความดีใจให้กับผู้ได้รับสิทธิ ซึ่งมีทั้งเด็กนักเรียนที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นแรงงานจะได้สิทธิในการเรียนหนังสือ

กรมการปกครองยังได้เปิดคลินิกสัญชาติ ให้บริการคำปรึกษากับประชาชนที่ได้รับสิทธิ รวมถึงการออกบัตรประจำตัวให้สำหรับคนที่ยื่นเอกสารครบถ้วน ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เปิดคลินิกสิทธิมนุษยชนให้คำปรึกษากับผู้ที่มีสถานะตกหล่น การรวบรวมเอกสารและพยานเพื่อยื่นต่อกรมการปกครอง

Related Posts

Send this to a friend