HEALTH

เตือน ปอดอักเสบ โรคร้ายที่ผู้สูงอายุควรระวัง

เตือน ปอดอักเสบ โรคร้ายที่ผู้สูงอายุควรระวัง แนะควรรับวัคซีน ปอดอักเสบ หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

วันนี้ (29 พ.ค. 66) นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดี กรมการแพทย์ เผย โรคปอดอักเสบ หรือที่เรียกว่า “ปอดบวม” คือ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งอาจเกิดได้จากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา ซึ่งพบได้ในผู้สูงอายุทั้งนี้จึงควรเฝ้าระวัง เนื่องจากผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 65 ปี มีความต้านทานโรคต่ำ จึงมีความเสี่ยงเกิดความรุนแรงของโรค และภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำหรับสาเหตุของโรคจะมีความแตกต่างกัน ในแต่ละกลุ่มอายุและสภาพแวดล้อม พร้อมกันนี้แนะนำผู้สูงอายุ พบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) ที่เป็นสาเหตุของปอดอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

นายแพทย์ณัฐพงศ์ กล่าวว่า “โรคปอดอักเสบในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เกิดจากการได้รับเชื้อ ผ่านระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปอดเกิดการอักเสบ ส่งผลให้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน ออกซิเจนในปอดได้ตามปกติ มักพบว่าเป็นอาการที่ต่อเนื่อง มาจากโรคไข้หวัดใหญ่ หรือมีการติดเชื้อจากบุคคลรอบข้างที่มีอาการไอจามได้ การติดเชื้อปอดอักเสบสามารถพบได้ทุกช่วงอายุ โดยระดับความรุนแรงของโรคจะมีความแตกต่างกัน ผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 65 ปี มีความต้านทานโรคต่ำ จึงมีความเสี่ยงเกิดความรุนแรงของโรค และภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิตได้”

“ซึ่งปอดอักเสบมีระยะเวลาดำเนินโรค ที่ไม่แน่ชัดขึ้นกับชนิดของเชื้อ อาจสั้นเพียง 1-3 วันหรือนานเป็นสัปดาห์ หลังจากเริ่มป่วยเป็นไข้หวัด ถ้าผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และมีไข้สูง เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาจมีโรคปอดอักเสบร่วมด้วย โดยอาการของโรคปอดอักเสบในผู้สูงอายุ อาจมีอาการอื่นที่ไม่จำเพาะ ที่พบได้บ่อย คือ มีอาการซึมลงหรือสับสน และไม่จำเป็นต้องมีไข้หรืออาการไอมาก่อน”

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า “โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อ ทั้งแบบรับประทานและการฉีดยา ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน สำหรับปอดที่ติดเชื้อไวรัส มักมีความรุนแรงน้อยกว่าการติดเชื้อแบคทีเรีย การรักษาจึงพิจารณาตามอาการ โดยแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนอย่างพอเหมาะ หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว แพทย์อาจพิจารณาให้พักรักษาตัว ในโรงพยาบาลจนกว่าจะหายสนิท เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ รวมถึงป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงวัย”

ด้าน นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า “ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ใช้ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและไขมันสูง ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ หรือผู้ป่วยที่มีอาการไอจาม หลีกเลี่ยงการสัมผัสและใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ลดการออกไปในสถานที่แออัด ในช่วงที่มีไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ระบาด”

“ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ประสิทธิภาพของวัคซีนสามารถป้องกัน การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ก่อนหน้าฝนราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาด และควรฉีดวัคซีนชนิด Pneumococcal vaccine หรือวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ โดยปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ ติดเชื้อนิวโมคอคคัส ที่เป็นสาเหตุของปอดอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ”

Related Posts

Send this to a friend