HEALTH

ปลัด สธ. ชี้แนะ 7 วิธีขับขี่ปลอดภัย ลดเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน

ปลัด สธ. ชี้อุบัติเหตุเพิ่มขึ้นช่วงหน้าฝน แนะ 7 วิธีขับขี่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

วันนี้ (26 ส.ค. 66) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่มีฝนตกค่อนข้างหนัก ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดีพอ หากขับรถเร็วจะเพิ่มความเสี่ยงรถลื่นไถล บังคับรถไม่อยู่ จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะในช่วงฤดูฝน ก่อนเดินทางให้ตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่ามีความพร้อมต่อการขับขี่ เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง และระบบเบรก เป็นต้น

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ขณะฝนตกหรือถนนเปียกไม่ควรขับรถเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก 10 นาทีแรก รถจะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากเนื่องจากน้ำฝนจะชะล้างคราบน้ำมันและฝุ่นละอองเกิดเป็นคราบฉาบอยู่บนผิวถนน ส่งผลให้รถลื่นไถลและเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวิธีขับขี่ให้ปลอดภัยช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขังบนถนน มีดังนี้

1.ลดความเร็วการขับขี่ลงกว่าระดับปกติ เนื่องจากพื้นถนนที่เปียก รถจะใช้ระยะเบรกเพิ่มขึ้น ควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและระยะในการมองเส้นทางจะช่วยให้สามารถควบคุมรถได้

2.เปิดไฟต่ำ เพื่อให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ บนถนนได้ชัด และรถคันอื่นมองเห็นรถของเราได้ในระยะไกล

3.ปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงของฝน ช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้ตลอดเวลา

4.เว้นระยะห่างจากท้ายรถคันหน้าอย่างน้อย 10-15 เมตร เพื่อให้มีระยะเบรกที่เพียงพอและปลอดภัย

5.หลีกเลี่ยงการแซง หากจำเป็นควรประเมินสถานการณ์ให้ดีก่อนแซง

6.กรณีที่รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ไม่ควรเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนทันที อาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ควรใช้เกียร์ต่ำและค่อย ๆ เบรก เพื่อลดความเร็ว แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ

7.เมื่อต้องขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้หยุดประเมินสถานการณ์ก่อน หากระดับน้ำสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน

Related Posts

Send this to a friend