GREEN BUSINESS

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีชูโมเดล ‘ไตรภาคี’ หนุนกลุ่มประมงระยองเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแขวน

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ขับเคลื่อนนโยบายการสร้างคุณค่าร่วม (CSV) และกรอบแนวคิด ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและดูแลชุมชนรอบโรงไฟฟ้า บริษัทเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดมลพิษ การปลูกป่าชุมชน และการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ รวมถึงส่งเสริมทักษะอาชีพให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในระยะยาว

เพื่อลดช่องว่างความเข้าใจกับชุมชน โรงไฟฟ้าจัดตั้งคณะประชุมไตรภาคีทุกไตรมาส โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการ ประธานชุมชน ประธานกลุ่มประมง และผู้บริหารบริษัทเข้าร่วม เวทีดังกล่าวทำหน้าที่รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นหรือนำเสนอความต้องการ เพื่อออกแบบโครงการเพื่อสังคมให้ตรงกับบริบทของพื้นที่

หนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จคือโครงการฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแขวน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2548 ในพื้นที่บริเวณตากวน-อ่าวประดู่ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงทำอวนปูและอวนปลา โรงไฟฟ้าร่วมลงพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้กับชุมชน จนมีข้อสรุปว่าการเลี้ยงหอยแมลงภู่เป็นแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพน้ำและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

นายแดง บุญจันทร์ คณะกรรมการกลุ่มประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ ระบุถึงช่วงเริ่มต้นโครงการว่า “ทางโรงไฟฟ้าฯ ได้ร่วมกับกลุ่มประมงตากวน-อ่าวประดู่ เปิดรับสมาชิกกลุ่มผู้สนใจทดลองเลี้ยงหอยแมลงภู่ ซึ่งตอนนั้นมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับคนที่ยังไม่เข้าร่วมแต่เฝ้ามอง จากนั้นก็มีการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้เบื้องต้น แนวทางความเป็นไปได้ การดูแลหอยแมลงภู่ ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงความคุ้มทุนคุ้มค่า พร้อมทั้งพาลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพื่อศึกษาดูงานตั้งแต่เริ่มทำแพ ถักแพ ผูกเชื้อ และหาวิธีเลี้ยงที่สอดคล้องเหมาะสม โดยมาสรุปจบที่การเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพลอย โดยเริ่มต้นเลี้ยงกันคนละ 1 แพ ซึ่งทางโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ช่วยเหลือเรื่องทุนตั้งต้น จัดหาอุปกรณ์ และร่วมบริหารจัดการฟาร์มไปด้วยกัน”

หลังใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 8-9 เดือน ผลผลิตในปีแรกสูงถึง 20-30 ตัน สร้างความมั่นใจให้สมาชิกกลุ่มจนนำไปสู่การยื่นขออนุญาตเลี้ยงหอยแมลงภู่ในระบบฟาร์ม โดยหน่วยงานภาครัฐอนุญาตให้ดำเนินการรายละไม่เกิน 3 ไร่เนื่องจากอยู่ในเขตอุตสาหกรรม ปัจจุบันโครงการขยายผลมีสมาชิกทำแพเลี้ยงหอยรวม 76 แปลง พร้อมพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะถิ่น ดังนี้
-การจัดวางเชือกเป็นตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัสระยะ 2×2 เมตร เพื่อให้หอยได้รับสารอาหารทั่วถึง
-ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 8-9 เดือน โดยหอยจะมีคุณภาพดีที่สุดช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์
-การควบคุมปัจจัยทางธรรมชาติโดยรักษาค่าความเค็มของน้ำที่ระดับ 18-20 psu และต้องมีปริมาณน้ำจืดจากคลองผสมในสัดส่วนที่พอดี

นอกจากนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ด้วยการแปรรูปหอยแมลงภู่อบแห้งเพื่อเพิ่มมูลค่าและถนอมอาหาร ปัจจุบันพื้นที่บริเวณตากวน-อ่าวประดู่ ปากคลองตากวน และหาดแสงเงิน กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแขวนรายใหญ่ของจังหวัดระยอง มีผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยง 91 ราย สร้างผลผลิตรวมของกลุ่มสูงถึง 350 ตันต่อปี ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีให้การดูแลครอบคลุม 38 ชุมชน 12 กลุ่มประมง และส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนรวม 52 กลุ่ม

Related Posts

Send this to a friend