WORLD

พิธีบูชาขอบพระคุณ (พิธีมิสซา) ครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ที่สนามศุภชลาศัย

ในโอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส องค์พระประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ผู้แทนพระองค์ของพระคริสตเจ้าบนโลกนี้ เสด็จเยี่ยมเยือนประเทศไทย คาทอลิกจากกลุ่มชุมชนวัดคาทอลิกทั่วประเทศและพี่น้องคริสตชนจากประเทศต่างๆ เดินทางมาร่วมจิตใจกันในพิธีบูชาขอบพระคุณ (พิธีมิสซา) ณ สนามศุภชลาศัย อันเป็นพระกรณียกิจสำคัญประการหนึ่งของการเสด็จเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ มีคาทอลิกทั้งในและต่างประเทศร่วมพิธีกว่า 6 หมื่นคน พระคาร์ดินัล 11 องค์ อาร์ชบิชอป 13 องค์ บิชอป 47 องค์ 

ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ บรรดาคริสตศาสนิกชนคาทอลิกจากทุกสังฆมณฑลทั่วประเทศ รวมถึงคริสตชนต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฯลฯ จำนวนรวมกันประมาณ 13,000 คน เดินทางมุ่งสู่สนามกีฬาเพื่อรอรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก และเข้าร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณที่จะทรงเป็นประธาน เพื่อถวายบูชาและขอบพระคุณพระเจ้า ในโอกาสที่เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ ดุจเดียวกับเมื่อ 35 ปีที่แล้วที่สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 (ได้รับการประกาศเป็นนักบุญโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2557/.. 2014 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตรกรุงโรม) ได้เคยเสด็จมาถวายมิสซาพร้อมกับมวลคริสตชนจากทั่วประเทศไทย ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2527 ณ สถานที่แห่งนี้

เวลา 18 นาฬิกา 30 นาทีโดยประมาณ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จโดยรถยนต์พระประเทียบจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงยังสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเสด็จไปประทับรถพระประเทียบเปิดประทุน ประทานพระวโรกาสให้คริสตชนได้เฝ้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด รถพระประเทียบเคลื่อนไปยังสนามเทพหัสดินเป็นแห่งแรก ซึ่งมีคริสตชนเฝ้ารอรับเสด็จและร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณผ่านทางโทรทัศน์วงจรปิด แล้วจึงเคลื่อนไปยังสนามศุภชลาศัย เวียนรอบสนามเพื่อให้คริสตชนได้เฝ้าชมพระบารมีโดยทั่วกัน แล้วเสด็จไปยังที่รับรองเพื่อเปลี่ยนฉลองพระองค์สำหรับพิธีกรรม

เมื่อได้เวลาอันสมควร คณะนักขับร้องประสานเสียงคาทอลิกไทย (Thai Catholic Choir-TCC) เริ่มขับร้องเพลงเริ่มพิธี ขบวนแห่พิธีบูชาขอบพระคุณ ประกอบด้วยบรรดาสามเณร สังฆานุกร บาทหลวง พระสังฆราช ตามด้วยพระคาร์ดินัล แล้วจึงถึงสมเด็จพระสันตะปาปา เคลื่อนเข้าสู่พระแท่นบูชากลางสนามศุภชลาศัย เมื่อเสด็จถึง ณ ที่นั้น สมเด็จพระสันตะปาปาทรงคารวะพระแท่น เสด็จไปถวายกำยานโดยรอบ และถวายกำยานแด่พระรูปพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ หรือแม่พระอัสสัมชัญ องค์อุปถัมภ์ของประเทศไทย ตามที่สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดประทานพระคุณการุณย์แก่คริสตชนมิสซังสยามในวันสมโภชแม่พระอัสสัมชัญ 15 สิงหาคมของทุกปี จนถึงสมัยของพระสังฆราชมารี โยเซฟ เรอเน แปร์รอส พระสังฆราชเกียรตินามแห่งโซอารา ประมุขมิสซังสยามลำดับที่ 16 ได้ถวายมิสซังไทยแด่แม่พระอัสสัมชัญ และให้มีการรื้อฟื้นการถวายพระศาสนจักรคาทอลิกไทยสืบมาถึงปัจจุบัน สำหรับพระรูปที่ได้เชิญมาประดิษฐานในครั้งนี้ บาทหลวงเอมิล ออกุสต์ กอลมเบต์ อุปสังฆราชมิสซังสยาม นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสพร้อมกับการก่อสร้างอาสนวิหารอัสสัมชัญ ซึ่งมีอายุครบ 100 ปีในปีนี้พอดี

พิธีบูชาขอบพระคุณดำเนินไปด้วยภาษาอังกฤษ จนถึงภาควจนพิธีกรรม ประกอบด้วยบทอ่านจากพระคัมภีร์ และบทพระวรสาร จบแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสประทานเทศนาเป็นภาษาสเปน โดยมีการแปลเป็นภาษาไทย ตามด้วยบทภาวนาเพื่อมวลชน ซึ่งมีผู้แทนอ่านบทภาวนาภาษาไทย และภาษาปกาเกอะญอ เมื่อถึงภาคบูชาขอบพระคุณ สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปประทับยืนที่เบื้องหน้าพระแท่นเพื่อทรงรับเครื่องบูชาที่ผู้แทนคริสตชนไทยนำไปถวาย จากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาทรงถวายสักการะบูชาแด่พระเจ้า พร้อมกับบรรดาบิชอป และบาทหลวงเป็นภาษาละติน หลังจากนั้น ประทานศีลมหาสนิทแก่ผู้แทนคริสตชนคาทอลิก ส่วนคริสตังที่อยู่ในบริเวณอัฒจันทร์ และที่สนามเทพหัสดิน มีบาทหลวงจำนวนกว่า 300 ท่านเชิญศีลมหาสนิทไปส่งให้โดยรอบ

ภาชนะศักดิ์สิทธิ์ที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงใช้ในวันนี้ คือ จอกกาลิกส์ อายุ 173 ปี เป็นของพระสังฆราช ฌอง บัปติสต์ ปัลเลอกัวซ์ พระสังฆราชเกียรตินามแห่งมาลอส ประมุขมิสซังสยามลำดับที่ 13 ผู้เป็นพระสหายสนิทของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช จอกใบนี้ผลิตด้วยเงินกะไหล่ทอง เป็นฝีมือช่างทำเครื่องเงินของฝรั่งเศส จอกกาลิกส์อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มิสซังสยามที่นำมาใช้ในพิธีวันนี้ เป็นเครื่องหมายของความเป็นหนึ่งเดียวกันในปณิธานของมิชชันนารีที่ได้บุกเบิกพระศาสนจักรคาทอลิกในแผ่นดินไทย และเป็นคำมั่นสัญญาที่จะสืบสานภารกิจแห่งการแพร่ธรรมของคริสตชนไทยทุกคน 

ภายหลังสวดบทภาวนาหลังรับศีลมหาสนิทแล้ว พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย กราบทูลแสดงความปีติยินดี และสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเข้าเฝ้าถวายชุดภาชนะศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ ที่จัดสร้างเป็นเครื่องเบญจรงค์ งานฝีมือชั้นเยี่ยมและเป็นเอกลักษณ์ของไทย เป็นที่ระลึกในการเสด็จเยือนในครั้งนี้ จากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาประทานพระพรของอัครสาวกแก่มวลคริสตชนที่มาร่วม ตามด้วยสังฆานุกรประกาศปิดพิธี ขบวนแห่ออกจากบริเวณกลางสนามกีฬา สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปประทับ ณ บริเวณที่ประทับบนอัฒจันทร์ เพื่อทอดพระเนตรการแสดงชุด “สี่ภาคพิลาสนาฏศิลป์ งามหยาดหยดรดรินถิ่นสยาม” โดยนักเรียนจากสถาบันการศึกษาในคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ประกอบด้วยการแสดงฟ้อนที หรือฟ้อนร่มของภาคเหนือ ตามด้วยชุดออนซอนอีสาน ประกอบด้วยระบำนาคี และระบำผีตาโขน ภาคใต้เป็นการแสดงระบำร่อนแร่ ปิดท้ายด้วยภาคกลางเป็นการรำขวัญข้าว รวมผู้แสดงกว่า 800 คน 

Related Posts