ECONOMY

PIMO-ไพโม่ ประกาศงบไตรมาส 3/65 มีกำไรสุทธิ 28.89 ลบ.

ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ทะลุเป้า 1.2 พันลบ.หลังออเดอร์ยังแน่น-รับอานิสงส์เงินบาทอ่อน

วันนี้ (11 พ.ย. 65) PIMO-ไพโม่ ผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศมอเตอร์ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป (Induction Motor) ประกาศงบไตรมาส 3/65 มีกำไรสุทธิ 28.89 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน ทำได้ 92.14 ล้านบาท ส่วนเป้ารายได้ทั้งปีมั่นใจทำได้ทะลุ 1.2 พันล้านบาท หลังออเดอร์แน่นถึงสิ้นปี และรับอานิสงส์จากเงินบาทอ่อน ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าประเทศไทย (จำกัด) หรือ บล.หยวนต้า แนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมาย 5 บาท พร้อมประเมินปัญหาคอขวดคลี่คลาย ปี 66

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง มอเตอร์สำหรับสระว่ายน้ำ มอเตอร์สำหรับปั๊มบ้าน (Submersible Pump,Pool Spa Pump and Home Pump) ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับไตรมาส 3/2565 (ก.ค.-ก.ย.65) มีรายได้อยู่ที่ 307.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.61 ล้านบาท หรือ 17.44 % จากงวดเดียวกันปีก่อนทำได้ 261.53 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 28.89 ล้านบาท ลดลง 1.75 ล้านบาท หรือ 5.71% จากงวดเดียวกันปีก่อนทำได้ 30.64 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการลดลง ของกำไรสุทธิเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวม สำหรับงวด 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.65) มีรายได้อยู่ที่ 986.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 255.73 ล้านบาท หรือ 35.01 % จากงวดเดียวกันปีก่อนทำได้ 730.38 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 92.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.05 ล้านบาท หรือ 22.71% จากงวดเดียวกันปีก่อนทำได้ 75.09 ล้านบาท

เนื่องจากยอดขายของทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ภายหลังจากที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น และมีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า (ออเดอร์) เต็มไปจนถึงสิ้นปี 2565 จึงยังคงคาดว่ารายได้ปีนี้มีโอกาสทำได้ทะลุเป้าหมายที่ 1,200 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2564 ที่ทำได้ 1,030.58 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ จะมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่งและส่วนประกอบมอเตอร์ ผลิตภัณฑ์มอเตอร์กำลังเป็นที่นิยม สำหรับภาคอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์มอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ

ส่วนผลกระทบจากราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับสูงขึ้น ในปัจจุบันบริษัทฯยังคงสำรองวัตถุดิบและกักตุนสินค้าไว้ จึงคาดว่าจะยังคงสามารถทำกำไรได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ ที่มีต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่งสูงขึ้น จากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวทำให้ประเทศผู้ส่งออก ต้องแย่งชิงตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อการส่งออก อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ของการปรับราคาวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา และพยายามบริหารจัดการปัญหาค่าขนส่งที่สูงขึ้น เพื่อให้เป็นผลดีกับบริษัทฯ ให้มากที่สุด

ด้าน บล.หยวนต้า หรือบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าประเทศไทย (จำกัด) ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ PIMO-ไพโม่ โดยระบุว่า “บริษัทฯแก้ไขปัญหาคอขวด ด้วยการซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทนเรียบร้อยแล้ว และปัญหาการขาดแคลนชิพก็เริ่มคลี่คลายแล้วเช่นกัน ขณะที่ออเดอร์จากลูกค้ารายใหญ่ในออสเตรเลีย คาดว่าจะเข้ามาภายในไตรมาส 2/2566 เนื่องจากลูกค้ายังไม่ส่งแม่พิมพ์มาให้บริษัทและมอเตอร์สำหรับรถจักรยานยนต์ EV ปัจจุบัน GPX กำลังทดสอบใช้งานมอเตอร์ คาดว่าจะเห็นรายได้ส่วนนี้เข้ามาภายในไตรมาส 2/2566 เช่นกัน ซึ่งทั้งลูกค้าออสเตรเลียและ EV เป็น Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการ”

ทั้งนี้กำไรของ PIMO ยังเติบโตได้ (QoQ และ YoY) ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมากกว่า 12% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตอบรับผลประกอบการที่ผิดหวังในไตรมาส 2/2565 และการฟื้นตัวที่ค่อยเป็นค่อยไปในไตรมาส 3/2565 มากแล้ว ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นโอกาส ในการสะสมรอบใหม่จากการฟื้นตัวแบบ V-Shape ในไตรมาส 4/2565 เป็นต้นไป จากการปรับประมาณการกำไร และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 5 บาทต่อหุ้น อิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 3 ปีที่ 25.1 เท่า ซึ่งราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER66 เพียง 18.1 เท่า จึงคงคำแนะนำซื้อหุ้น PIMO

Related Posts

Send this to a friend