CRIME

เจ้าหน้าที่ทลายโต๊ะพนันฟุตบอล และจับกุมผู้ต้องหา 54 คน

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานที่จัดให้มีการเล่นพนันทายผลฟุตบอลในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา รวม 2 แห่ง จุดแรก บ้านเลขที่ 7 หมู่ 2 อาคารตลาดจตุจักรรุ่งเรือง ต.พิมพา อ.บางปะกง พบ น.ส.นัยนา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี รับว่าเป็นพนักงานประจำโต๊ะพนันบอลดังกล่าว และยังพบลูกค้าที่เข้ามาทายผลพนันฟุตบอล อีกจำนวน 30 ราย

ส่วนจุดที่ 2 คือห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 18 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบพบพนักงานประจำโต๊ะพนันฟุตบอล จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายศักดิ์ศิริ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี
และ น.ส.ปาริชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ทั้งยังพบลูกค้าที่เข้ามาเล่นทายผลพนันฟุตบอลอีกจำนวน 22ราย รวมสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 54ราย ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง เงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง และกระดาษทายผลพนันฟุตบอลจำนวนมาก โดยพบว่ามีการตั้งจอคอมพิวเตอร์ เปิดเว็บพนันและให้บริการกับลูกค้าในการทายผลพนันฟุตบอล มีพนักงานคอยให้บริการรับจดแต้ม รับโพยทายผลฟุตบอล แล้วรวบรวมข้อมูลและจำนวนเงินทั้งหมดแทงเข้าในเว็บไซต์พนันออนไลน์อีกต่อหนึ่ง

จากการตรวจสอบพบว่ามีการบันทึกการแทงผลพนันในระบบออนไลน์ ยอดเงินหมุนเวียนแต่ละจุดเดือนละกว่าล้านบาท เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลไปยังเจ้าของโต๊ะรับแทงพนันฟุตบอล และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย ตรงถึงนายกรัฐมนตรีผ่านช่องทาง 1111 กรณีบ่อนการพนันและแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมาย จนสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. – 9 ก.พ. 64 มีการดำเนินการ ได้แก่ การรับแจ้งเรื่องบ่อนการพนัน 253 เรื่อง ยุติเรื่องแล้ว 17 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 236 เรื่อง ส่วนแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายได้รับแจ้ง 38 เรื่อง ยุติเรื่องแล้ว 2 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 36 เรื่อง สำหรับการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ที่นอกเหนือจากการเข้าเมืองผิดกฎหมายและบ่อนการพนัน ได้รับแจ้งจำนวน 200 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 40 เรื่อง จับกุม 7 คดี ผู้กระทำความผิด 20 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการ 160 เรื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอชื่นชมประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส เพราะนอกจากจะเป็นหู เป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่แลัว ยังช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามการดำเนินการในด้านอื่นๆ ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 การเตรียมพร้อมวัคซีน การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การบริหารจัดการสถานที่กักกันโรคของรัฐ รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงและฝ่ายปกครองยังต้องเข้มงวดเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภทที่อาจเป็นเหตุการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งในส่วนของประชาชน ยังคงสามารถแจ้งเบาะแสผ่านทั้ง 5 ช่องทาง 1111 

Related Posts