รอง ผบ.ตร. แถลงช่วย 4 คนจีนถูกหลอกทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา
รอง ผบ.ตร. แถลงช่วย 4 คนจีนถูกหลอกทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา เร่งขยายผลฟันผู้ร่วมขบวนการ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย
วันนี้ (26 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวเคสช่วยเหลือคนจีน 4 คน ณ ศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ (ดอนเมือง) กรุงเทพมหานคร
พล.ต.อ. ธัชชัย กล่าวว่าคนจีนทั้ง 4 คนถูกหลอกลวงให้ไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งฝ่ายไทยได้ร่วมมือกับทางการจีนและเมียนมาในการติดตามตัวและกดดันให้ปล่อยตัว เนื่องจากเป็นข่าวดังมากที่ประเทศจีน โดยคนจีนทั้ง 4 คนถูกชักชวนโดยไกด์คนจีนที่รู้จักให้มาทำธุรกิจและท่องเที่ยวในไทย ก่อนจะติดต่อรถจากสนามบินสุวรรณภูมิไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตลาดกระบัง และเดินทางต่อด้วยรถ 2 คันผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง เพื่อเดินทางไปที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเปลี่ยนเป็นรถยนต์อีก 2 คัน เพื่อไปพื้นที่ชายแดน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดยังไม่พบการบังคับขู่เข็ญไปด้วยความสมัครใจ แต่ในการเดินทางพบว่ามีการหลบเลี่ยงเส้นทางหลักตลอดเวลา
จุดดังกล่าวที่คนจีนถูกหลอกลวงไปเป็นพื้นที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เดิมตามที่เคยได้รับรายงาน ซึ่งมีคนในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ราว 1,000 คน เบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย เพราะเหยื่อเป็นลักษณะมาด้วยความสมัครใจ แต่เมื่อไปถึงที่หมายปลายทางกลายเป็นว่าถูกบังคับให้ทำงาน อย่างไรก็ตามต้องรอผลตรวจคัดแยกอีกครั้งหนึ่ง
เบื้องต้นได้สอบถามคนจีนไปได้เพียงคนเดียว โดยระบุว่าเมื่อไปถึงจะถูกสอนให้ทำงานหลอกคนไต้หวัน ทำความเข้าใจวัฒนธรรม วิธีการพูด และการหลอกลวง แต่ยังไม่ได้ทำงานหลอกคนเพียงแต่เริ่มต้นก็ได้รับการช่วยเหลือออกมาก่อน เนื่องจากได้แจ้งญาติที่จีนไว้ว่าหากติดต่อไม่ได้ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ญาติจึงแจ้งตำรวจที่จีน และประสานมายังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อทำการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย ซึ่งเรามีคณะกรรมการประสานงานชายแดน จึงได้มีการประสานงานกดดันจนยอมปล่อยตัว 4 คนจีนออกมา
จากคำให้การผู้เสียหายถูกหลอกให้มาเที่ยวและทำงานที่ไทย โดยระบุว่าจะพาไปที่จังหวัดเชียงใหม่แต่ความจริงเดินทางไปที่อำเภอแม่สอด โดยกรณีการหลอกลวงไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นลักษณะของการหลอกลวงและมากันเอง ติดต่อให้รถรับจ้างมารับที่สนามบินเดินทางโดยสมัครใจ รถแท็กซี่ก็อ้างว่าไม่ทราบเพียงแต่พาไปยังจุดหมายปลายทาง การติดต่อสื่อสารระหว่างแท็กซี่กับผู้เสียหายก็ไม่ได้ติดต่อกันมากคุยกันผ่านแอปพลิเคชันแปลภาษา ส่วนคนที่พาข้ามไปยังประเทศเมียนมาอยู่ระหว่างการขยายผล แต่คงเป็นลักษณะของการข้ามแม่น้ำและมีคนเมียนมามารับ
พล.ต.อ. ธัชชัย ระบุว่าในทางคดีเราอยากให้ประเทศจีนเป็นคนตั้งเรื่อง เพราะขบวนการเกิดขึ้นที่ประเทศจีนเพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานทำได้ง่าย ประเทศไทยทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูล การสอบปากคำ และดำเนินคดีกับคนไทยทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง อาทิ คนขับรถแท็กซี่ คนไปรับ คนติดต่อ และคนบริเวณชายแดน เบื้องต้นได้หารือกับอัยการถึงแนวทางในการสอบสวนถึงประเด็นที่เข้าข่ายสนับสนุนการค้ามนุษย์
สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรไม่ให้คดีนี้เกิดขึ้นอีก เป็นเรื่องที่ต้องทำงานร่วมกับทางการจีนในการกวาดล้างกระบวนการต่าง ๆ ไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมาพบว่าชาติเดียวกันพยายามหลอกกันเองโดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ทั้งนี้การทำงานในประเทศไทยก็ต้องได้รับใบอนุญาตทำงานก่อน และต้องทำวีซ่าสำหรับทำงานโดยเฉพาะ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย
“ผมยืนยันว่าประเทศไทยไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพียงแต่เป็นสถานที่ที่นิยมกับคนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย เข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยได้ง่าย แต่ขณะที่ประเทศเมียนมาและกัมพูชาไม่ใช่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว”
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ติดตามเรื่องนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ททท. จึงจะช่วยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการเข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้จากเหตุการณ์ล่าสุดส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยกับนักท่องเที่ยวจีนเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นแพร่กระจายในหลายเมืองของประเทศจีน การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุกลับมาได้เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีว่าไทยตั้งใจรักษาความปลอดภัยให้กับพลเมืองประเทศอื่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย













