CRIME

มท.3 แถลงจับกุมขบวนการทำทะเบียนเท็จให้ ‘หมิงเฉิน ซุน’ พบ ‘ปลัด อ. ฮอด-ลูกจ้าง อ. เชียงดาว’ ร่วมทุจริต

‘เจเศรษฐ์’ รมช. มท. แถลงจับกุมขบวนการทำทะเบียนเท็จให้ ‘หมิงเฉิน ซุน’ พบ ‘ปลัด อ. ฮอด-ลูกจ้าง อ. เชียงดาว’ ร่วมทุจริต เชื่อมโยงกับขบวนการสวมสัญชาติไทยที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้

วันนี้ (15 พ.ค. 69) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 จ.เชียงใหม่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการจัดทำรายการทางทะเบียนอันเป็นเท็จให้ นายหมิง เฉิน ซุน สัญชาติจีน ผู้ต้องหาในคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด

สืบเนื่องจากกรณีนายหมิง เฉิน ซุน สัญชาติจีน ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) เขตคลองสามวา กทม. ซึ่งถูกจับกุมหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อ. บางละมุง จ.ชลบุรี และตรวจค้นพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนประเภทต่าง ๆ ในรถยนต์และบ้านพัก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบรายการทางทะเบียนของ นายหมิง เฉิน ซุน โดยเร่งด่วนทันที

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง จึงสั่งการให้ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) นำกำลังชุดปฏิบัติการสืบสวน DOPA N.I.C.ยัน นำโดย ดร. รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ นายศักดิ์สิทธิ์ ภูมูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน และนายบัณฑิต นามเครือ ผู้อำนวยการส่วนสัญชาติและการทะเบียนและบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานเขตคลองสามวา และที่ว่าการอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่

ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางทะเบียนและสืบสวนถ้อยคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประสานข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ารายการทางทะเบียนของ นายหมิง เฉิน ซุน มีพิรุธและผิดธรรมชาติอย่างมาก โดยมีลักษณะเป็นการเข้ามาใช้งานทะเบียนราษฎรเพื่อผลประโยชน์ในการอยู่อาศัยและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และยังพบด้วยว่ารายการทางทะเบียนของ นายหมิง เฉิน ซุน ยังมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ กล่าวคือ

ก่อนที่ นายหมิง เฉิน ซุน จะย้ายเข้ามาอยู่บ้านในพื้นที่ อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 มีลูกจ้าง อ. เวียงแหง ซึ่งถูกจับกุมไปจากปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ได้เข้ามาตรวจดูรายการทางทะเบียนของ นายหมิง เฉิน ซุน ในระบบทะเบียนราษฎร

นายทะเบียนผู้ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ครั้งที่ 2 หลังจากย้ายมาอยู่บ้านในพื้นที่ อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 คือ ปลัดอำเภอเชียงดาว ซึ่งทุจริตสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีน ที่ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ มีการทำร้ายร่างกายและตัดนิ้วมือ ซึ่งถูกตำรวจดำเนินคดีไปแล้วในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565

ทั้งนี้บุคคลสัญชาติจีนที่มาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ อ. เวียงแหง และ อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกดำเนินคดีไปในปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” และ “สลายหมอกเชียงดาว” เมื่อปลายปี พ.ศ. 2568 บางรายเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์และทุนสีเทาที่หลบหนีคดีมาจากประเทศจีน

ขณะนี้รายการทางทะเบียนของ นายหมิง เฉิน ซุน ที่ตรวจพบแน่ชัดว่าทุจริต คือ การย้ายเข้าทะเบียนบ้านใน อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 อันเป็นเท็จ ซึ่งมีอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่) ได้ขอให้เจ้าบ้านรับ นายหมิง เฉิน ซุน เข้าบ้าน โดยอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวดังกล่าวเป็นผู้จัดทำและจัดเตรียมเอกสารให้ทั้งหมด และเชื่อได้ว่าเป็นการแจ้งย้ายเข้ามาโดยมีนายหน้าติดต่อแทน เนื่องจากเจ้าบ้านไม่เคยรู้จักนายหมิง และนายหมิงไม่เคยมาอยู่ที่เชียงดาวแต่อย่างใดในการรับย้ายมาอยู่อาศัยจริงในบ้าน ซึ่งเมื่อ นายหมิง เฉิน ซุน ได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ระบุที่อยู่เป็นบ้านใน อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แล้ว ก็เดินทางออกนอกพื้นที่ ซึ่งไม่เคยมาอยู่อาศัยในบ้านที่ อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แต่อย่างใด

ซึ่งมูลเหตุจูงใจที่ นายหมิง เฉิน ซุน ย้ายเข้ามาบ้านในพื้นที่ อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลจากการสืบสวนที่มีลูกจ้าง อ. เวียงแหง เข้ามาตรวจดูรายการทางทะเบียน และนายทะเบียนผู้ออกบัตรฯ คือ ปลัดอำเภอเชียงดาวที่เคยทุจริตสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีน จึงน่าเชื่อว่า นายหมิง เฉิน ซุน ประสงค์จะมาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์หรือคนไทย เพื่อผลประโยชน์ในการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้สะดวกยิ่งขึ้น

การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นความผิดฐานกระทำการเพื่อให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรฯ มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งความผิดตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า อดีตปลัดอำเภอเชียงดาวรายนี้ ครั้งดำรงตำแหน่งที่ อ. เชียงดาว ในห้วงระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2564-7 ธันวาคม 2564 ได้มีการจัดทำรายการทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0) จำนวน 445 ราย ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีจำนวน 18 ราย ที่เป็นการจัดทำทะเบียนประวัติฯ และออกบัตรสีขาว เลข 0 โดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดฐานกระทำการเพื่อให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรฯ และความผิดที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกันอีก

นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. จึงได้มอบหมายให้ นายศักดิ์สิทธิ์ ภูมูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน 1 DOPA N.I.C.E. เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดย พ.ต.อ. ภาสกร นภาโชติ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ดำเนินคดีกับปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) และพวกในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตาม พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรฯ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และความผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง นายหมิง เฉิน ซุน ด้วย

วันนี้ (15 พ.ค. 2569) ศาลอาญาทุจริตภาค 5 ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ได้แก่

1.ปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่)
2.ลูกจ้าง อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่

โดยตั้งแต่เวลา 13.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยชุดบูรณาการร่วม 5 หน่วยงาน ได้แก่

1.กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) นำโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E.

2.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

3.สำนักงาน ป.ป.ท. นำโดย พ.ต.ท. สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.

4.สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นายกิตติศักดิ์ พิมสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่

5.กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5

ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 ราย เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้กระทำผิดรายอื่น เช่น เจ้าบ้าน และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านที่รับรอง พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กรมการปกครองได้สั่งการให้สำนักทะเบียน อ. เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เร่งดำเนินการยกเลิกเพิกถอนรายการที่ทุจริตดังกล่าวแล้ว รวมทั้งให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ทุจริตดังกล่าวทุกคน โดยต่อจากนี้ชุดปฏิบัติการสืบสวนของ DOPA N.I.C.E. จะยังคงร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายเร่งขยายผลการตรวจสอบในกรณีนี้และที่เกี่ยวข้องต่อไป

Related Posts

Send this to a friend