CRIME

ตร.คุมตัว ‘ศตพร’ 1 ใน 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ฝากขังต่อศาล

ตร.คุมตัว ‘ศตพร’ 1 ใน 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ฝากขังต่อศาล หลังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

วันนี้ (14 ก.ค. 69) เวลา 11.18 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามควบคุมตัว น.ส.ศตพร ผู้ต้องหาคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขัง หลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยถือเป็นผู้ต้องหาคนแรกในคดีที่ถูกนำตัวฝากขัง

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ระหว่างถูกควบคุมตัวไปศาล น.ส.ศตพรไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ใช้มือปิดบังใบหน้า สวมหน้ากากอนามัย ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นรถ

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้ขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย จ่าสิบตรีพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, นายอัศวิน หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และ น.ส.ศตพร

ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันเอาไปเสีย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสาร ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

จากข้อมูลการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยังไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ขณะที่พนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และหลักฐานอื่น เชื่อมโยงผู้ต้องหากับขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานของเครือข่าย

จากข้อมูลการสืบสวน จ่าสิบตรีพิชิตถูกมองว่ามีบทบาทในระดับปฏิบัติการของเครือข่าย ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน มีบทบาทประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อสอบ และบุคคลอื่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานในแต่ละพื้นที่

เบื้องต้น จากข้อมูลการสืบสวน ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือญาติของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ว่าเข้าไปร่วมกระทำความผิด

ส่วนการขยายผลคดี สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์บทบาทของบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่กองบังคับการปราบปรามจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ ป.ป.ช. หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

Related Posts

Send this to a friend