CRIME

แถลงผลงานแก้ปัญหายาเสพติด ไตรมาส 1 ปี 66 ยึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 20,197 ล้านบาท

วันนี้ (13 ม.ค. 66) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนปฏิบัติการ 6 มาตรการ ไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2566 หรือระยะเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 พร้อมกล่าวว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินงานตามแผน 6 มาตรการสำคัญ ดังนี้

มาตรการที่ 1: ป้องกันยาเสพติด ลดความต้องการยาเสพติด เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ โดยดำเนินการต่อเยาวชนในสถานศึกษา 692,858 คน นอกสถานศึกษา 6,261 คน แรงงาน 265,903 คน นอกจากการสร้างภูมิคุ้มกันยังมีการดำเนินการตรวจสอบผู้เสพสารเสพติดในสถานประกอบการกว่า 314 แห่ง และสนับสนุนชุดตรวจ 500,000 ชุด เพื่อให้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

มาตรการที่ 2: บำบัดรักษายาเสพติด พัฒนาศักยภาพหน่วยบำบัด เพื่อเพิ่มอัตราการบำบัดสำเร็จไม่ให้เกิดการกลับมาเสพช้ำ โดยดำเนินการต่อศูนย์คัดกรอง 9,541 แห่ง สถานพยาบาล 1,078 แห่ง สถานฟื้นฟูสมรรถภาพฯ 146 แห่ง และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม 912 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 93.41 จากเป้าหมาย 11,67 แห่ง และดำเนินการบำบัดรักษาและฟื้นฟู 28,174 ราย คิดเป็นร้อยละ 28.42 จากเป้าหมาย 99,117 ราย ควบคู่ไปกับการทำข้อตกลงความร่วมมือ 15 หน่วยงาน ร่วมแก้ไขปัญหาผู้ที่มีอาการทางจิตจากการใช้ยาเสพติด

มาตรการที่ 3: ความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือประเทศในภูมิภาคร่วมแก้ไขปัญหาในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ผ่านปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ 1511 สามารถจับกุม 115 คดี และผู้ต้องหา 173 คน ยาบ้า 78 ล้านเม็ด ไอซ์ 7450 กก. เฮโรอีน 10 กก. คีตามีน 980.5 กก. กาเฟอีน 2,637 กก. เคมีภัณฑ์ 53,911 กก.

มาตรการที่ 4: ปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการต่อผู้มีพฤติกรรมค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด และขยายผลเพื่อทำลายทั้งเครือข่าย โดยขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สิน 242 เครือข่าย คิดเป็นร้อยละ 24.2 จากเป้าหมาย 1,000 เครือข่าย และดำเนินการเชิงรุกเพื่อลดความเดือดร้อนตามข้อร้องเรียนของประชาชน ผ่านสายด่วน 1386 แล้ว 2,142 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 42.68 จากทั้งหมด 4,794 เรื่อง รวมถึงการตั้งหน่วยปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานาน (AITF) และ หน่วยปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าเรือสากล (SITF) เพื่อแก้ไขปัญหาการนำเข้าส่งออยาเสพติด ทำให้สามารถดำเนินการต่อเครือข่ายยาเสพติดระหว่างประเทศรวม 61 คดีและสามารถทำลายแหล่งพักยาเสพติด และชุกซ่อนบรรจุยาเสพติดในวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึง เครื่องมือที่ใช้สำหรับการซุกช่อนยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก

มาตรการที่ 5: ยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด สืบสวนเส้นทางการเงินเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยง และทำลายเครือข่ายค้ายา ด้วยการยึดทรัพย์ตามมูลค่าตามประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ ยึดทรัพย์กว่า 20,197 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20.19 จากเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท

มาตรการที่ 6: บริหารจัดการ พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้เท่าทันการค้ายาเสพติดผ่านหลักสูตรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ “อินทรีย์ 19” ซึ่งเปิดให้เจ้าหน้าที่จากต่างประเทศร่วมฝึกกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติการยาเสพติด โดยที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ จาก สปป. ลาว และปัจจุบันกำลังฝึกให้กับตำรวจจากสหภาพเมียนมา โดยได้รับการสนับสนุนสถานที่ และครูฝึกจากหน่วยอรินทราช 26 เข้าร่วม

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนเองได้มุ่งพัฒนาศักยภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพราะตระหนักดีว่าปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบประชาชน ซึ่งยังได้มุ่งพัฒนาด้านอื่นอีก

“ขณะนี้มีการศึกษาและเตรียมการเพื่อใช้ระบบ BlockChain ในการแจ้งเบาะแส การสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งเป็นพลังในการต่อต้านยาเสพติด และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยพาลีปราบยาและสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาระบบยึดทรัพย์” นายสมศักดิ์ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend