CRIME

อบจ.นนทบุรี ทวงความเป็นธรรม ‘พ.ต.อ.ธงชัย’ โต้ ‘ฉลอง’ อ้างทวงหนี้ 11 ล้าน

งัดบัญชีทรัพย์สินเทียบชัด ชี้ปมขัดแย้งอาจสะสมมานาน ยันเดินหน้างานต่อ-เพิ่มมาตรการคุมอาวุธในสถานที่ราชการ

วันนี้ (11 ส.ค. 69) เวลา 11.50 น. ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยสมาชิกสภา และนายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี แถลงชี้แจงและเรียกร้องความเป็นธรรม รวมถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้กับ พันตำรวจเอกธงชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุถูกยิง โดยชี้แจงข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับเงินกู้ 11 ล้านบาท ที่นายฉลองกล่าวถึงก่อนหน้านี้

นายเฉลิมพล ระบุว่า จากการตรวจสอบถ้อยคำที่นายฉลองให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเกิดเหตุ พบว่าช่วงที่นายฉลองเดินทางไปพูดคุยกับ พันตำรวจเอกธงชัย ไม่ได้พูดถึงการทวงเงินกู้ 11 ล้านบาท แต่พูดถึงเงินที่อ้างว่าเคยจ่ายและการสละสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมขอให้ พันตำรวจเอกธงชัย รับผิดชอบ โดยอ้างว่าหากไม่มีเงินก้อนก็สามารถผ่อนชำระได้

นายเฉลิมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีการกู้ยืมเงิน 11 ล้านบาทจริง ควรมีรายละเอียดว่ากู้เมื่อไหร่ จำนวนเท่าใด นำไปใช้ทำอะไร และกำหนดคืนเมื่อไหร่ ตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปีที่ทำงานร่วมกับ พันตำรวจเอกธงชัย ไม่เคยได้ยินเรื่องการกู้เงิน 11 ล้านบาทจากนายฉลองมาก่อน และเพิ่งปรากฏประเด็นดังกล่าวหลังเกิดเหตุ หากพิจารณาจากบัญชีทรัพย์สินที่นายฉลองยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อปี 2554 พบว่ามีเงินในบัญชีและเงินสดรวมกันไม่ถึง 200,000 บาท ขณะที่บัญชีทรัพย์สินของ พันตำรวจเอกธงชัย ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ล่าสุดปี 2568 มีทรัพย์สินในส่วนเงินฝากกว่า 300 ล้านบาท

นายเฉลิมพล จึงตั้งคำถามต่อสื่อมวลชนว่าจากข้อเท็จจริงดังกล่าว ใครมีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายกู้เงินจากใคร พร้อมย้ำว่าการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย แต่ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงและทวงคืนความเป็นธรรมให้กับ พันตำรวจเอกธงชัย

สำหรับกรณีที่มีการพูดถึงเงินจำนวน 11 ล้านบาท นายเฉลิมพล มองว่าอาจเกี่ยวข้องกับเงินที่รวบรวมก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2547 โดยอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกลุ่มสมาชิกสภาจังหวัดในขณะนั้นอาจรวบรวมเงินเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปให้ พันตำรวจเอกธงชัย หรือไม่ พร้อมระบุว่าในช่วงที่ พันตำรวจเอกธงชัย ดำรงตำแหน่ง เคยปฏิเสธเงินสนับสนุนจากบุคคลภายนอกหลายครั้ง เพราะไม่ต้องการให้เกิดบุญคุณหรือภาระผูกพันทางการเมือง

ด้านนางสาววิภาวัล วรวรรณปรีชา เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง พันตำรวจเอกธงชัย กับนายฉลอง เดิมเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด แม้ภายหลังนายฉลองตัดสินใจลงสมัครแข่งขันกับ พันตำรวจเอกธงชัย เมื่อประมาณปี 2559 ซึ่งอาจมีความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ยังคงช่วยเหลือกันอยู่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยของนายฉลอง รวมถึงการช่วยเหลือด้านการเงินและธุรกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นความขัดแย้งอาจเป็นปัญหาที่สะสมมานาน และอาจเกี่ยวข้องกับความต้องการใช้เงินของนายฉลอง

นางสาววิภาวัล ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมานายฉลองเคยมาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และไปพบ พันตำรวจเอกธงชัย ที่บ้านหลายครั้งเพื่อขอความช่วยเหลือด้านการเงิน ซึ่งมีทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยคนใกล้ชิดรับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าว

ส่วนกรณีที่นายฉลองอ้างว่าคนขับรถของ พันตำรวจเอกธงชัย เป็นฝ่ายจะยิงก่อน นางสาววิภาวัล ชี้แจงว่า ตำรวจพบอาวุธปืน 2 กระบอกในรถที่เกิดเหตุ โดยยังอยู่ในซองและไม่ได้ขึ้นลำกล้อง จึงมองว่าเป็นคำกล่าวอ้างจากนายฉลองฝ่ายเดียว ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นว่านายฉลองเตรียมพร้อมและมืออยู่บริเวณปืนก่อนเกิดเหตุ

สำหรับการรักษาความปลอดภัย นายภคิน กล่าวว่า ปกติพื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีไม่ได้มีความรุนแรง และเจ้าหน้าที่ไม่ได้พกพาอาวุธปืนเข้ามาทำงาน ขณะที่นางสาววิภาวัลเรียกร้องให้รัฐบาลและตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตและการพกพาอาวุธ รวมถึงตรวจสอบการนำอาวุธเข้ามาในสถานที่ราชการ โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ

ส่วนการบริหารงานหลัง พันตำรวจเอกธงชัย เสียชีวิต นายภคิน กล่าวว่า ขณะนี้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน เนื่องจากรองนายกพ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกัน โดยการดำเนินงานและการพิจารณางบประมาณยังเดินหน้าตามปกติ

ประเด็นการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี นายภคิน ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่รุนแรง และไม่ได้มีลักษณะบ้านใหญ่ที่สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ ทุกฝ่ายสามารถพูดคุยและประสานงานกันได้ พันตำรวจเอกธงชัย จะเป็นผู้โทรศัพท์พูดคุยกับแต่ละฝ่ายอยู่ตลอดและทำงานร่วมกันโดยไม่เคยมีเหตุรุนแรง

กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านายฉลองอาจสูญเสียความนิยมทางการเมืองลงในช่วงหลัง นายภคิน กล่าวว่า นายฉลองไม่ได้ลงเลือกตั้งในช่วงหลัง และเปลี่ยนพรรคการเมืองมาตลอด ทำให้ได้รับคะแนนเสียงไม่มากนักและความเชื่อมั่นจากประชาชนลดลงพอสมควร อย่างไรก็ตาม นายภคินมองว่าการที่นายฉลองอาจรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่มีใครเห็นความสำคัญ เป็นความรู้สึกส่วนตัวของนายฉลองเอง เพราะบุคคลอื่นไม่ได้มองเช่นนั้น

สำหรับการเดินหน้าของกลุ่มผึ้งหลวง นายภคิน กล่าวว่า ขณะนี้วางตัวบุคคลไว้ 2 คน เพื่อเข้ามาประสานงานและสานต่อนโยบายของ พันตำรวจเอกธงชัย โดยยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายที่วางไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี

นายเฉลิมพล ย้ำว่า สิ่งที่ต้องการจากการแถลงครั้งนี้คือการทวงคืนความเป็นธรรม เกียรติยศ และศักดิ์ศรีให้กับ พันตำรวจเอกธงชัย พร้อมขอให้สังคมพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน

ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ยอมรับว่ายังอยู่ในภาวะเสียใจจากการสูญเสีย แต่ยืนยันว่าการทำงานยังต้องเดินหน้าต่อ และเตรียมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสถานที่ราชการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

ทั้งนี้ พันตำรวจเอกธงชัย นำเงินเดือนตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตลอดระยะเวลา 20 ปี ไปมอบให้เป็นทุนการศึกษาแก่โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดนนทบุรี และไม่เคยเบิกใช้รถประจำตำแหน่งรวมถึงค่าน้ำมัน ส่วนรายได้หลักมาจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการขายบ้านจัดสรรก่อนการเข้าสู่การเมือง

Related Posts

Send this to a friend