CRIME

‘แหม่มโพธิ์ดำ’ เปิดใจตรวจสอบรายการ ‘ช่องส่องผี’ เพราะไม่อยากให้บิดเบือนประวัติศาสตร์

แหม่มโพธิ์ดำ เปิดใจก้บ The Reporters ถึงการออกมาแฉพฤติกรรมรายการ “ช่องส่องผี” จนเมื่อวานนี้พิธีกรรายการ บ๊วย เชษฐวุฒิ วัชรคุณ และ เจมส์ ศราวุฒิ ออกมาแถลงข่าว ซึ่งมีการพาดพิงถึงการออกมาแฉเรื่องนี้ของ “แหม่มโพธิดำ” ที่ระบุว่าเป็นเพจไม่มีตัวตน

แหม่มโพธิ์ดำ มองว่าการโต้ตอบของเขา เขาตั้งใจจะใช้ความชอบธรรมจากการเปิดหน้า มีตัวตน มีชื่อ นามสกุล แต่ตัวเราไม่มีตัวตน แต่ทำไมสังคมถึงเชื่อเรา ไม่เชื่อเขา เรามองว่าเขาเหมือนดูถูกประชาชน คนสมัยนี้เขาไม่ได้เชื่อเพราะหน้าตาคนอีกต่อไปแล้ว สมมติเวลาคนอ่านข่าว เขาก็ไม่ได้รู้ว่าใครเป็นคนเขียนข่าว เพียงแค่รู้ที่มาว่ามาจากสำนักข่าวไหนก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นมันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดหน้า แต่ต้องชัดเจนในข้อมูลที่เอามานำเสนอ ว่าเป็นข้อมูลที่เป็นจริงไหม

“เช่นสิ่งที่เขาถูกสังคมตั้งข้อสงสัย เขาได้ออกมาตอบไหม ก็ไม่ตอบ เอาง่ายๆ เลยอย่างเรนนี่ ตายไปไม่แน่ใจนะว่ากี่วัน ที่เขาพูดเขาบอกว่าเขาตายไปแล้ว แล้วเขาตื่นมามีพลังเทพอะไรของเขา ที่สามารถคุยกับผี เรียกเทพ เรียกบูรพกษัตริย์ คุยกับหมาคุยกับไก่ คืออาการมันคืออาการของคนเป็นโรคจิตเวช มันไม่ใช่เทพ คือเขาบอกว่าเขาเป็นพุทธแท้ ทำดีให้ผีอาย เป็นลักษณะของคนอุตริ มีอิทธิฤทธิ์ ทางพระพุทธศาสนาเขาบอกว่ามันเป็นสิ่งที่งมงาย เป็นสิ่งที่หลอกลวงสังคม หลอกลวงประชาชน แค่หลักแค่นี้ยังไม่เข้าใจ จะบอกว่าตัวเองเป็นคนดี หนูว่าไม่ใช่”

แหม่มโพธิ์ดำ เปิดเผยเหตุผลที่ออกมาตรวจสอบรายการ “ช่องส่องผี” เพราะพบความผิดปกติคือการที่เขาแอบอ้างตนเองเป็นเหมือนสมมติเทพ เป็นเทวดาเดินดิน เพื่อทำให้แฟนรายการรู้สึกว่าเขาโคตรจะไม่ธรรมดา สามารถตัดกรรมได้ ด้วยการเรียกรับเงินครั้งละ 5,900 บาท ดูดวง สามารถคุยกับญาติที่วายชนม์ไปแล้ว ทั้งๆ สิ่งที่เขาพูดออกมาไม่มีความจริง ไม่มีข้อเท็จจริงอะไรเลย เราไม่ดูถูกความเชื่อใคร แต่คนที่สามารถพูดแบบน้ำไหลไฟดับแล้วบิดเบือนประวัติศาสตร์ที่นักโบราณคดีเก็บข้อมูลมาเป็นร้อยเป็นพันปี เรามองว่าสิ่งนี้กำลังทำลายสังคม เพราะเขามีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงอยากให้เขามีความระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูล

ส่วนกรณีทางรายการกล่าวถึง “แหม่มโพธิ์ดำ” เหมือนคนไม่มีตัวตน จึงไม่มีสิทธิ์มาตรวจสอบเขานั้น แหม่มโพธิ์ดำ ระบุว่า

“ใครเป็นคนตั้งกฎว่าไม่มีตัวตนแล้วไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบ คนในทวิตเตอร์ก็ไม่มีใครมีตัวตน เขาตั้งตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกฟ้อง แล้วยังสามารถพูดอะไรในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ ตอนนี้เราอยากให้มองว่าสิ่งที่พูดเป็นข้อเท็จจริงหรือบิดเบือน กลายเป็นว่าคนเปิดหน้าบิดเบือนข้อมูลประวัติศาสตร์ ออกทางออนไลน์และโทรทัศน์โดยไม่มีผู้เอาผิด แต่เขามาตำหนิคนไม่มีตัวตนที่มาเปิดโปงเรื่องนี้ มันตลกค่ะ”

แหม่มโพธิ์ดำ เห็นว่า สิ่งที่ทางรายการต้องรับผิดชอบต่อสังคม คือ หยุดบิดเบือนประวัติศาสตร์ประเทศไทย ถ้าไม่รู้ควรมีการศึกษาข้อมูลก่อน มาบอกว่าผีบอกมาอย่างนี้ ผีเจาะปากมาพูดเหรอมันไม่ได้ นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี หรือกรมศิลปากร หลายๆ ฝ่ายออกมาท้วงติงไม่รู้กี่รอบแล้ว ก็ไม่หยุด แต่คิดว่าหลังดราม่านี้ หนึ่งในพิธีกรร่วมเขาก็บอกว่าจะรัดมัดระวังมากขึ้น เราก็รอดูเขาปรับตัว

“เรนนี่ไม่โผล่มา ทั้งที่เขาเป็นประเด็นสำคัญ เป็นคนเห็นผี คือคนที่คอหักตายแล้วตื่นมามีพลังพิเศษ แต่คนที่เป็นประเด้นกลับไม่โผล่มา กลัวอะไรเหรอ”

ส่วนกรณีของบ๊วย เชษฐวุฒิ แหม่มโพธิ์ดำ มองว่าเขาตอบแบบผักบุ้งโหรงเหรง มาโวยวาย ซึ่งมันไม่ชัดเจน ประเด็นที่ต้องตอบเขาก็ไม่ตอบ

“การบิดเบือนประวัติศาสตร์เป็นประเด็นที่เราห่วงใยมาก เพราะลูกเพจพร้อมจะเชื่อ เขาใช่คำว่าประวัติศาสตร์นอกตำราบ่อยมาก ซึ่งประวัติศาสตร์นอกตำราคืออะไร คุยกับผี คุยกับหมา อย่างนี้เหรอ มีการโหนเจ้า คือกำลังทำอะไรกันไม่เข้าใจ บ๊วยก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว มีอาการทางจิตเวชด้วย คืออย่างน้อยคุณต้องตามหน่อยไหม ไปบอกพระยาเกียรติว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรี พระยาเกียรติเป็นหมาจร คิดได้ยังไง มันไม่ถูกต้อง”

แหม่มโพธิ์ดำ ยอมรับว่า เรื่องนี้มันน่าจะไม่ผิดกฎหมาย เพราะก็มีอีกหลายรายการที่เป็นรายการผี เรามองว่าถ้าดูเป็นความบันเทิง หรือความสนุกมันก็พอได้ แต่มันยังไม่มีรายการไหนมาบิดเบือนประวัติศาสตร์แบบนี้ แล้วเอาตำนานในทุกสถานที่ไปเปลี่ยนหมดเลย แล้วมาบอกว่าประวัติศาสตร์นอกตำรา ประวัติศาสตร์ผีบอก โดยไม่เคารพรากเหง้าของประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษสั่งสมมา

ส่วนเรื่องที่ถูกโจมตีกลับ แหม่มโพธิ์ดำ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทุกครั้งที่เราออกมาเปิดประเด็นกับคนที่สังคมชื่นชอบ ก็ต้องโดนแบบนี้ เราก็เฉยๆ ด่าก็ด่าไป อยากให้ดูในประเด็นที่เรานำเสนอมากกว่า ในเมื่อเขาเป็นบุคคลสาธารณะเขาก็น่าจะตอบคำถามได้

‘เราเห็นเขาชี้แจงในหลายๆ เรื่อง ถ้าไม่นับบ๊วย เรามองว่าคุณเจมส์ เขาก็โอเค เขาก็บอกว่าเขาจะเปลี่ยนแปลง และลดประเด็นที่อ่อนไหวลง แล้วจะควบคุมคุณภาพการผลิตให้มากขึ้น ฟังแล้วก็ต้องให้เวลาเขา เพราะเขาเป็นรายการค่อนข้างใหม่”

เมื่อถามว่า สำหรับเรนนี่คิดว่าต้องเปลี่ยนแปลงอะไร แหม่มโพธ์ดำ ตอบว่า

“พูดตรงๆ เรนนี่ต้องไปหาหมอ ไปเช็คอาการทางประสาทก่อนว่าเราผิดปกติไหม ทำไมเราจึงเห็นผี หมอหลายท่านก็บอกว่าถ้าเราเริ่มเห็นผี หรือเริ่มพูดกับสัตว์ได้ คืออาการทางจิตเวชแล้ว ไปหาหมอไปปรึกษาแพทย์ก่อนว่า ที่เราเห็นผีเราเป็นบ้าหรือเป็นอะไร บางทีการกินยาอาจทำให้เรนนี่สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมเหมือนคนปกติได้

แล้วที่เรนนี่พูดไปต้องรับผิดชอบอะไรไหม แหม่มโพธิ์ดำ ตอบว่า

“ไม่มี เรนนี่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว เพราะเรนนี่โดนใส่ร้ายเขาบอก เรนนี่ไม่เคยรังแกใคร คือคนที่เชื่อ คนที่รักเขาแล้ว พูดไปแทบตายเขาก็ไม่เปลี่ยน เราไม่หวังอะไรทั้งนั้น แต่เราต้องการสื่อให้คนที่มีความรู้สึกว่าเรื่องนี้มันจริงหรือไม่จริงอย่างไร อยากให้คนเหล่านี้ได้อ่านข้อมูล หรือข้อเท็จจริงที่เรานำเสนอหน่อย ว่ามันแปลกๆ นะ แต่ถ้าคุณอยากเชื่อก็เชื่อไป แล้วประเด็นบริจาคเป็นปีแล้ว เราท้วงติงครั้งหนึ่งโอนมารวมกันในบัญชีเดียว 28 ล้าน พี่ว่าตลกไหม ใครเขาทำกัน”

ส่วนเรื่องเหรียญแหม่มโพธิ์ดำ มองว่า ถ้าเขาขายเหรียญแล้วไม่อุตริบอกว่าเหรียญมีพลังวิเศษ ที่เป็นการโฆษณาเกินจริง แบบมีพลังปกป้องคุ้มครอง ไสยศาสตร์ พลังในการเรียกโชคลาภ เมตตามหานิคม คือเหรียญมันหล่อในเตาหลอมธรรมดา บางอันแทบไม่ปลุกเสกด้วยซ้ำ แต่สรรพคุณเกินจริงแล้วขายในราคาที่ไม่ได้ถูก และขายจำนวนเยอะมาก ถ้าเขาทำเป็นเหรียญแฟนคลับ ใครเป็นแฟนคลับช่องส่องผี แล้วซื้อเหรียญนี้เฉยๆ เราไม่ว่าอะไรเลย

แต่เขาสร้างโครงการว่าอยากทำเหรียญรุ่นหลวงปู่โต สุดท้ายวัดป่าเขาก็ไม่อนุญาต แต่รุ่นที่ทำสำเร็จอย่างหลวงปู่ทวด ด้านหลังเป็นหัวเมดูซ่า หัวกอร์กอน ซึ่งกอร์กอนคืออสูรกายที่โหดร้าย ใครจ้องตาก็ตาย แล้วเอาของอัปมงคลไปสลักหลังหลวงปู่ทวด มันถูกต้องไหม คืออยากได้เงินจนขาดสามัญสำนึก ลบหลู่หลวงปู่ที่คนไทยเคารพนับถือ

ส่วนเรื่องบิดประวัติศาสตร์แบบไม่หยุด มันคือเนื้อหาทำลายประเทศชาติ เราไม่โอเค เขาใช้คำว่าไม่ได้บิดเบือน แต่เขาไม่รู้เหมือนกันว่าข้อมูลที่พูดไปเป็นจริงไหม แล้วมันคืออะไร คุณเป็นสื่อทำช่อง ต้องรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง แล้วเรนนี่ตายแล้วฟื้น ตายที่ไหน โรงพยาบาลอะไร ประสบอุบัติเหตุจนเกิดเหตุขนาดนั้นแต่ไม่ตาย เอาความจริงมายืนยันหน่อย เราอยากรู้ เขาไม่มาแถลงข่าวอะไรเลย

“แล้วจะเอาคนไร้ตัวตนไปทำไม คนมีตัวตนยังไม่กล้าออกมาเลย ที่สังคมตั้งคำถามทำไมเรนนี่ไม่ออกมา เพราะเรนนี่พูดร้อยครั้งไม่ตรงกันสักครั้ง ประวัติศาสตร์ของเรนนี่เปลี่ยนทุกรอบ ที่ไม่กล้าออกมาเพราะกลัวพูดไปไม่ตรงกับที่เคยพูดหรือเปล่า สรุปคือเรนนี่ควรไปหาหมอ ต่อมาคือ 5,900 ตัดกรรมตัดอะไร มันคือพุทธแบบไหน แล้วคิวดูหมอคนในเพจทักมาบอกว่าถึงคิวก็ไม่ดูให้เขา เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือเปล่า”

ส่วนล่าสุดกรณีทางรายการนำ statement การโอนเงินมาชี้แจง แหม่มโพธิ์ดำ ชื่นชม ที่นำมาให้ตรวจสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอต้องการเห็นจากการออกมาเปิดเผยในครั้งนี้เพื่อให้เกิดการตรวจสอบเงินบริจาคของประชาชน

Related Posts