CRIME

ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุกตลอดชีวิต “เล่าต๋า” นักค้ายาเสพติด ยืนตามศาลชั้นต้น

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายเล่าต๋า แสนลี่ นายวิจารณ์ แสนลี่ นายบารมี บารมีเกื้อกูล และนางรพีกาญจน์ ภพเพชรลักษณ์ จากเรือนจำฯมายังศาล เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีดำ อย.5907/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 79 ปี นักค้ายาเสพติดระดับชาติ นางอาส่าหม่า แสนลี่ อายุ 69 ปี ภรรยา นางรพีกาญจน์ หรือจันทร์ฉาย หรือไก่ ภพเพชรลักษณ์ หรือทรายมูล อายุ 59 ปี นายวิจารณ์ แสนลี่ อายุ 43 ปี บุตรชาย ซึ่งเป็นอดีตกำนัน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และนายบารมี บารมีเกื้อกูล อายุ 40 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เชียงใหม่ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐาน ร่วมกันสมคบและร่วมกันจำหน่าย ยาไอซ์ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 ส่วนนาง อาส่าหม่า แสนลี่ ภรรยาของนายเล่าต๋า ไม่ได้เบิกตัวมา เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 25 ปี ปรับ 2.5 ล้านบาท ไม่ได้ยื่นขออุทธรณ์

ในชั้นสอบสวน นายเล่าต๋าและนางอาส่าหม่า ภรรยา ให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเท่านั้น ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ส่วนนางรพีกาญจน์ ให้การรับสารภาพโดยตลอด และนายวิจารณ์ รับสารภาพเฉพาะข้อหากระทำผิดพ.ร.บ อาวุธปืนฯ เท่านั้น สำหรับนายบารมีให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลพิพากษาจำคุก นายเล่าต๋า จำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ปรับ 5 ล้านบาท จำเลยที่ 1 รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี เพียง 1 กรรม เเต่อีก 1 กรรมให้จำคุกตลอดชีวิตเช่นเดิม คงจำคุกนายเล่าต๋าตลอดชีวิต ปรับ 2.5 ล้านบาท

ส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 5 ล้านบาท รับสารภาพเหลือจำคุก 25 ปี ปรับ 2.5 ล้านบาท สำหรับจำเลยที่ 3 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 5 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 4 ให้ประหารชีวิต และฐานพาอาวุธปืน ปรับ 1,000 บาท การที่จำเลยที่ 4 เป็นเจ้าพนักงานของรัฐให้บวกโทษจำคุกอีก 3 เท่า เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจบวกโทษให้สูงไปกว่านี้ได้ ส่วนจำเลยที่ 5 ให้ประหารชีวิตสถานเดียว ต่อมาพวกจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เมื่อถึงเวลาศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งหมดกระทำผิดจริง จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

Related Posts