‘ดร.โจ’ ปราศรัยกรุงเทพฯ ตะวันออก บอก 51 ปีมีแต่ผู้ว่าฯ ปะผุ
‘ดร.โจ’ ปราศรัยกรุงเทพฯ ตะวันออก บอก 51 ปีมีแต่ผู้ว่าฯ ปะผุ ปล่อย ปชช.ทนเหม็นโรงขยะจนกว่าจะหมดสัญญา ลอกท่อก็ทำแค่ครึ่งเดียว ลั่นหากได้เป็นพ่อเมือง จะแก้ปัญหาให้จบ
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน นำโดย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยแกนนำพรรค นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรรค และผู้สมัคร สก.โซนกรุงเทพตะวันออกของพรรค จัดเวทีปราศรัยย่อยหาเสียงเลือกตั้ง กทม.
นายชัยวัฒน์ ขึ้นเวทีปราศรัยว่า กรุงเทพตะวันออกเดินทางยากใช่หรือไม่ ตนเองอยากทำเรื่องการเดินทางให้ชาวกรุงเทพฯ ตะวันออก ผ่านมา 51 ปี กรุงเทพไม่ไปไหน ปัญหาที่แก้ไขก็แก้ไขปัญหาเดิม อย่างแถวอ่อนนุช คนรอบ ๆ โรงขยะต้องทนกลิ่นเหม็นมา 20 กว่าปี เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
“ถ้าผู้ว่าฯ เป็นเดือดเป็นร้อนแทนคนกรุงเทพฯ เรื่องโรงขยะแบบนี้มันควรจะต้องจบไปนานแล้ว แต่วันนี้มันยังอยู่ แล้วเราจะอยู่แบบเดิม ๆ หรือ เราเลือกผู้ว่ามา 51 ปี มีผู้ว่าฯ 17 คน บางคนไม่ได้เลือกมามีคนแต่งตั้งมาให้ แล้วแถมอยู่นานด้วย เราอยากได้ผู้ว่าฯ ที่เลือกตั้งมาเองถูกหรือไม่” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ ระบุว่า คนกรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ด้วยตัวเอง แต่ทำแค่นี้มันพอหรือไม่ แค่เรื่องปัญหาขยะยังบอกให้ทนรอไปจนหมดสัญญา แบบนี้เรียกว่าเป็นผู้ว่าฯ ที่คนกรุงเทพฯ ตะวันออกต้องการหรือไม่ มีคนเปรียบเทียบว่างานผู้ว่าฯ กทม. เหมือนงานพ่อบ้าน ทำไปเก็บกวาดบ้านไป ทำทางเท้า ถนน ปะผุกันไป ลอกท่อกันไป น้ำก็ยังท่วมเหมือนเดิม รถก็ยังติดเหมือนเดิม ทำไมทำให้ดีกว่านี้ไม่ได้ ควรจะต้องเปลี่ยนแล้ว เราไม่ได้ต้องการผู้ว่าฯ แบบพ่อบ้าน เราต้องการผู้ว่าฯ แบบพ่อเมือง ที่มาแก้ปัญหาให้จบ
ถ้าตนเองเป็นผู้ว่าฯ จะยกเลิกสัญญาโรงขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น ถ้าต้องชดเชยก็ต้องทำให้ถูกต้อง เป็นธรรม ต้องใช้กฎหมายอื่นเข้ามาช่วย เช่น พ.ร.บ. สาธารณสุขฯ ปรับจนกว่าไม่ให้มีกลิ่น จะได้จบปัญหา ไม่ใช่จบสัญญาด้วยการรอคอย น้ำท่วมลอกท่อ ทุกวันนี้ลอกอยู่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งทำไมไม่ลอก เราจะลอกให้ครบ 100%
ทั้งนี้การแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องมีการแยกท่อ แยกท่อน้ำฝนออกมา ไม่เช่นนั้นไม่จบ เดี๋ยวนี้ฝนแปรปรวน เขาเรียกว่าเรนบอมบ์ ตกสั้น ๆ แต่ตกหนัก ตกแรง ต้องการการระบายน้ำที่รวดเร็ว ทุกวันนี้เราเอาน้ำเสียกันน้ำฝนมาเทรวมกัน มันก็ระบายไม่ทัน ไหลไปที่โรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งโรงบำบัดน้ำเสียก็บำบัดไม่ไหว ปล่อยออกไป น้ำก็เน่าเสีย
ผู้ว่าฯ กทม. ต้องแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชัน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามระเบียบ แต่เงินภาษีของประชาชนถูกทำให้รั่วไหลออกไป แบบนี้ไม่ได้ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องบอกเลยว่ามีอำนาจหรือไม่ อยู่ที่มีใจที่จะแก้หรือไม่ หากตนเองได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะไม่มีทางปล่อยให้ปัญหาอยู่ไปแบบนี้ ตนเองจะใช้อำนาจอย่างเต็มที่ หาทุกทางทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไข ปัญหาสิทธิบัตรทอง ถ้ามองไม่ใช่อำนาจผู้ว่าฯ มันก็หยุดอยู่แค่นั้น แล้วปัญหาก็ไม่ได้แก้
“ผมสัญญาว่าผมจะเป็นตัวอย่างให้คนกรุงเทพฯ ได้เห็นและเป็นตัวอย่างให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นว่าการเลือกตั้งคนที่เป็นผู้ว่าฯ ที่ประชาชนเลือกมา มันต้องทำรับใช้ประชาชน จบปัญหาให้ได้ ไม่ใช่จบแค่อยู่ครบเทอม” นายชัยวัฒน์ กล่าว













