BANGKOK

กทม. เผย 10 มาตรการหลักแก้ฝุ่น PM2.5 เห็นผลชัดในรอบ 4 ปี ค่าฝุ่นลดลงกว่า 50%

กทม. เผย 10 มาตรการหลักแก้ฝุ่น PM2.5 เห็นผลชัดในรอบ 4 ปี ค่าฝุ่นลดลงกว่า 50% เดินหน้าต่อเนื่องสู่เมืองอากาศสะอาดน่าอยู่

วันนี้ (2 มี.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการดำเนิน “10 มาตรการหลัก” แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ว่า 4 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน วันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ปีนี้สภาพอากาศจะปิดและการระบายอากาศทำได้ยากกว่าปีก่อน

จากข้อมูลสถิติฤดูฝุ่นตลอด 4 ปี (2565–2569) พบว่า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22 จาก 48.4 เหลือ 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจำนวนวันเกินมาตรฐานลดลง 40–50% ในหลายช่วงเวลา

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า จะเดินหน้าจัดการปัญหาฝุ่นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดย 10 มาตรการหลัก ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เขตควบคุมมลพิษ ประกอบด้วย

1.เขตควบคุมมลพิษ (Low Emission Zone: LEZ) จำกัดรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าพื้นที่ชั้นใน และเปิดลงทะเบียน “บัญชีสีเขียว (Green List)” มีรถลงทะเบียนแล้ว 73,448 คัน

2.โครงการ Green List Plus – รถคันนี้ลดฝุ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศ ตั้งเป้า 500,000 คัน เข้าร่วมแล้ว 377,461 คัน คาดว่าช่วยลดมลพิษจากภาคขนส่งได้ 22.5%

3.เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ ปรับเกณฑ์มาตรฐานความทึบแสงจาก 30% เหลือ 20–24% และเพิ่มความถี่ในการตรวจจับ ปี 2568–2569 จับกุมรถปล่อยควันดำได้ 21,532 คัน เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า

4.ควบคุมฝุ่นไซต์ก่อสร้างและแพลนท์ปูน ตรวจเข้มไซต์ก่อสร้าง 17,967 ครั้ง และแพลนท์ปูน 4,551 ครั้ง พร้อมกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาต หากพบรถปล่อยควันดำอาจถูกระงับใบอนุญาต

5.จัดการมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มโรงงานติดตั้งระบบตรวจวัดปล่องควันแบบ Real-time (CEMS) จาก 8 แห่ง เป็น 256 แห่ง ยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ NOx, SO₂ และ TSP ให้เข้มงวดขึ้น

6.ประสานจังหวัดรอบข้างลดการเผาในที่โล่ง สนับสนุนทางเลือกแทนการเผา ส่งผลให้จุดความร้อนพื้นที่ภาคกลาง (ตะวันตก–ตะวันออก) ลดลง 44% จังหวัดนครนายกลดลง 25% และจำนวนวันที่ไม่มีการเผาเพิ่มขึ้น 38% ขณะที่จุดเผาในกรุงเทพฯ ลดลง 23%

7.การมีส่วนร่วมของประชาชน ใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และ Line Alert พร้อมพยากรณ์ล่วงหน้า 7 วัน และเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสผ่าน Traffy Fondue

8.จัดทำห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนสังกัด กทม. 2,119 ห้องเรียน ดำเนินการแล้วกว่า 51% ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 262 แห่ง ดำเนินการแล้ว 44% คาดว่าจะครบเกือบ 100% ภายในปีนี้

9.มาตรการ Work From Home (WFH) เมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

10.เพิ่มพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่น ปลูกต้นไม้สะสมกว่า 2.4 ล้านต้น พัฒนาสวน 15 นาที 441 แห่ง และจัดทำแนวกำแพงต้นไม้ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ลดค่าฝุ่นในพื้นที่สวนได้เฉลี่ยประมาณ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่นต้องดำเนินการควบคู่กัน ทั้งการควบคุมแหล่งกำเนิดภายในเมือง การประสานความร่วมมือภายนอกพื้นที่ และการปกป้องสุขภาพประชาชน โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และข้อมูลพยากรณ์ที่แม่นยำเป็นเครื่องมือสำคัญ แม้ปัจจัยด้านสภาพอากาศจะควบคุมไม่ได้ แต่การบริหารจัดการที่ดีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้กรุงเทพฯ เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเราจะเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่อากาศสะอาด น่าอยู่ และแข่งขันได้ในระดับสากล

Related Posts

Send this to a friend