SPORT

เตรียมแก้ไขระเบียบข้อบังคับจัดแข่งบอล ก่อนกลับมาดวลแข้ง ก.ย. นี้

ส. กีฬาฟุตบอลฯ ประชุมแก้ไขระเบียบข้อบังคับฟุตบอลหลังรัฐผ่อนคลายให้สามารถจัดการแข่งขันได้ ก่อนนำเข้าประชุมสภากรรมการ และเสนอ กกท. ต่อไป มั่นใจเสร็จทันการแข่งขันเดือน กันยายนนี้

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมคณะกรรมการ ยกร่าง ปรับปรุง แก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และกีฬาฟุตบอลทุกรายการ ระเบียบการแข่งขันกีฬาฟุตซอล และกีฬาฟุตบอลชายหาด ครั้งที่ 3/2563 โดยมี พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน และ นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ เป็นประธานการประชุม และตัวแทนจากสโมสรต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมประชุม

พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะกรรมการ ยกร่าง ปรับปรุง กล่าวว่า “การประชุมวันนี้เป็นการร่างมาตรการในการแข่งขันแบบปิด หลังจากที่รัฐบาลนั้นผ่อนคลายให้จัดการแข่งขันได้ ซึ่งฟุตบอลก็สามารถจัดได้ในรูปแบบที่ไม่มีผู้ชมในสนาม ระเบียบเหล่านี้ได้ทำตามข้อปฏิบัติของทางราชการ และการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ได้วางเอาไว้ทั้งหมด”

สำหรับส่วนที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะของฟุตบอล อาทิ

  • มีจำนวนผู้เข้าสนามไม่เกิน 200-250 คน (รวมนักกีฬาและไม่มีแฟนบอล)
  • ไม่มีการสัมผัสมือก่อนการแข่งขัน โดยอาจจะปรับให้เป็นการไหว้แทน
  • ไม่มีการใช้เด็กจูงผู้เล่นลงสนาม หรือการตั้งแถวในอุโมงค์ก่อนเริ่มการแข่งขัน เพื่อจะไม่ให้มีความแออัดในอุโมงค์
  • การจัดพื้นที่ในม้านั่งสำรอง หรือเขตเทคนิค อาจจะต้องขยายเพิ่มขึ้น เพื่อให้นักกีฬาสามารถนั่งแยกกันได้
  • ทำความสะอาดฆ่าเชื้อลูกฟุตบอลทุกครั้ง หลังจากที่บอลออกนอกสนาม
  • การดีใจหลังทำประตูแบบเว้นระยะห่าง ให้นักฟุตบอลสัมผัสตัวกันน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • ทุกคนในสนามต้องใส่หน้ากากอนามัยทั้งหมดยกเว้นผู้ตัดสิน กับนักกีฬาที่แข่ง และกำลังวอร์ม
  • ห้ามบ้วนน้ำลาย
  • มีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสนาม

“ระเบียบที่ได้จากที่ประชุมวันนี้ จะนำเข้าสู่การประชุมสภากรรมการในสัปดาห์หน้า เมื่อผ่านแล้วก็จะส่งต่อไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นลำดับขั้นตอน เมื่อได้รับการอนุมัติทั้งหมด จึงออกเป็นระเบียบเพื่อทำความเข้าใจกับสโมสร ตรงนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากนำระเบียบของกกท.มาปรับเพิ่มไปอีก คิดว่ากว่าจะเรียบร้อยทั้งหมด ก็คงจะทันการแข่งขันในเดือนกันยายนพอดี”

ถ้าหากประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อระลอกที่ 2-3 และไม่มีคนป่วยในประเทศเลย เชื่อว่าจะมีมาตรการคลายล็อกระยะต่อไป โดยอาจให้มีผู้ชมเข้าชมได้จำนวนหนึ่ง คำนวณจากสัดส่วนพื้นที่ในสนาม เหมือนแบบที่รถไฟฟ้า หรือระบบขนส่งต่างๆ ทำกัน

Related Posts