SOCIAL RESPONSIBILITY

กัลฟ์ ร่วมบริจาคภายใต้โครงการ “โอบช้าง” ช่วยเหลือช้างไทย ต่อสู้วิกฤตโควิด-19

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอย่างมาก เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงก็ส่งผลให้รายได้ของอุตสาหกรรมนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับช้างไทย ซึ่งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้น แต่ช้างไทยที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ กลับต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร โดยปราศจากสวัสดิการในการดูแลรักษา และเยียวยาอย่างเหมาะสม ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้

ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 7 ปี หลังจากที่นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งโครงการ “โอบช้าง” ในปีพ.ศ. 2556 เพื่อมุ่งช่วยเหลือช้างไทย สัตว์ประจำชาติ โดยหลังจากที่ประเทศไทยเจอวิกฤตโควิด-19 ช้างไทยมากกว่า 1,000 เชือกทั่วประเทศก็เผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร และยา ทางกลุ่มบริษัทกัลฟ์ จึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือช้างไทย ภายใต้โครงการ “โอบช้าง” ร่วมมอบเงิน ยาและเวชภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือช้าง มูลค่ารวม 222,290 บาท แบ่งเป็น บริจาคยาและเวชภัณฑ์มูลค่า 124,320 บาท แก่โรงพยาบาลช้าง สาขาภาคใต้ จ.กระบี่ ภายใต้สถาบันคชบาลแห่งชาติ, บริจาคยาและเวชภัณฑ์มูลค่า 47,970 บาท แก่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง และมอบเงินสดจำนวน 50,000 บาท แก่สมาคมสหพันธ์ช้างไทย จ.เชียงใหม่ เพื่อนำรายได้ส่วนนี้ไปซื้ออาหารให้แก่ช้าง

นายสิตมน รัตนาวะดี ในนามตัวแทนนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีช้างไทยนับพันเชือกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดแคลนอาหาร ยา และการดูแลรักษา โดยกัลฟ์เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือช้างไทย ภายใต้โครงการ “โอบช้าง” ซึ่งทางโครงการได้มีการช่วยเหลือเยียวยาช้างไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่สภาวะวิกฤต และทางกลุ่มบริษัทกัลฟ์ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน

นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้ช่วยฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งโครงการ “โอบช้าง”

“โดยช้าง 1 เชือกต้องการอาหารถึงวันละ 150 – 300 กิโลกรัม ซึ่งอาหารของช้างก็จะมี หญ้า ต้นข้าวโพด กล้วย อ้อย มะขามเปียก แตงโม นอกจากเราจะช่วยให้ช้างให้ได้มีอาหารกินอิ่มแล้ว ยังเป็นการช่วยเกษตรกรในพื้นที่ได้มีรายได้จากการขายอาหารช้างอีกด้วย” นายสิตมน กล่าวเสริม

ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทกัลฟ์ได้มีส่วนเข้าไปช่วยเหลือในหลายภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับ
โควิด-19 มูลค่ารวมกว่า 49 ล้านบาท อาทิ บริจาคเงินและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันบำราศนราดูร สถาบันโรคทรวงอก โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลพุทธชินราช มอบเจลแอลกอฮอล์แก่โรงพยาบาลขนาดเล็กในจังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา รวมถึงบริจาคหน้ากากผ้าแก่ชุดปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยระดับตำบล ในพื้นที่ 10 จังหวัด และอสม. อีกทั้งมอบข้าวกล่อง 120,000 กล่อง ให้กับชุมชนแออัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้กลุ่มบริษัทกัลฟ์มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศไทยในการบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 ต่อไป

Related Posts