SOCIAL RESPONSIBILITY

รร.เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน สร้างความมั่นคงทางอาหาร คลังเสบียงหนุนชุมชน ฝ่าโควิด-19

พฤติกรรมการปรับตัวที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่โลกประสบวิกฤต โควิด-19 คือ การหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น และเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า “อาหาร” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ก้าวข้ามวิกฤตไปได้ ดังนั้น การสร้างความมั่นคงทางอาหาร จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าในสถานการณ์ปกติหรือภาวะวิกฤต

“โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางอาหารมาตั้งแต่ปี 2532 ภายใต้ความร่วมมือของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และภาคีเครือข่าย ซึ่งมีโรงเรียนที่เป็นสมาชิกของโครงการฯรวม 880 โรงเรียนจากพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ และได้กลายเป็น “คลังเสบียง” ที่สำคัญของชุมชน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด- 19

นายบรรจรงค์ วรเศรษฐสุขศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสนสุข ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เล่าถึง การทำงานในช่วงปิดเทอมและอยู่ในช่วงที่มีแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า โควิดทำให้ทุกคนไม่กล้าขยับไปไหน คนในชุมชนก็ไม่กล้าออกจากบ้าน โรงเรียนจึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง นำเสบียงไปจำหน่ายให้ชุมชนตามบ้าน ซึ่งโรงเรียนบ้านแสนสุข มีโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทและซีพีเอฟ ปัจจุบันเลี้ยงไก่ 100 ตัว มีผลผลิตวันละ 90 ฟอง หรือ 3 แผง ผมก็จะรับหน้าที่ Delivery นำไข่ไก่ไปส่งให้ตามบ้าน ประมาณ 2 วัน /ครั้ง รวมทั้งผลผลิตพืชผักสวนครัวที่โรงเรียนปลูกไว้ ทั้งผักสด และผลผลิตที่นำมาแปรรูปเป็นอาหาร เช่น หน่อไม้ นำมาทำเป็นแกงเปรอะ เป็นต้น ถึงจะอยู่ในช่วงโควิด แต่ชุมชนได้บริโภคสารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีนจากไข่ไก่ และสารอาหารจากผลผลิตทางการเกษตรของโรงเรียน ขณะที่โรงเรียนมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตไข่ไก่และวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตอยู่ที่ 1,200-1,800 บาทต่อครั้งที่จำหน่าย

“ผลผลิตไข่ไก่จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ และผลผลิตผักสวนครัวของโรงเรียน มีประโยชน์อย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 เป็นคลังเสบียงให้ชุมชน สามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชนได้ โดยมีโรงเรียนทำหน้าที่เป็นสื่อกลางนำอาหารไปจำหน่าย ” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสนสุขกล่าว

ด้านโรงเรียนบ้านเมืองกาญจน์ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซี่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีเด็กนักเรียน 400 คน ประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ ทั้งคนไทย ลาว พม่า ชาวเขาชาติพันธุ์ ม้ง มูเซอ ลั้ว ขมุ วันนี้ น้องๆนักเรียนไม่ได้มาโรงเรียนเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่ยังมีคุณครูที่รับผิดชอบดูแลจัดการผลผลิตไข่ไก่ จำหน่ายให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนที่มาซื้อไข่ไก่ถึงที่โรงเรียน

นายวายุวัฒน์ ชัยวรรณะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองกาญจน์ เล่าว่า โรงเรียนบ้านเมืองกาญจน์ เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่มาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนนำมาใช้ และยังสอดคล้องกับพันธกิจของโรงเรียน คือ ส่งเสริมให้นักเรียน คิดเป็น ทำได้ ขายเป็น เป็นการวางพื้นฐานในการฝึกอาชีพให้แก่เด็กๆ เพื่อนำไปใช้ต่อไปได้ โดยปัจจุบันเลี้ยงไก่เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว จำนวน 300 ตัว ได้ผลผลิตไข่ไก่วันละ 9 แผง (แผงละ 30 ฟอง) ในช่วงปกติจะนำผลผลิตไข่ไก่ส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้บริโภคอาหารที่ทำจากไข่ไก่สัปดาห์ละ 3 วัน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม ไม่สามารถส่งผลผลิตไข่ไก่เข้าโครงการอาหารกลางวันได้ มีการบริหารจัดการโดยจำหน่ายให้แก่คุณครูและชุมชนในราคาแผงละ 80 บาท โดยชุมชนเข้ามารับซื้อถึงที่โรงเรียน ส่วนในช่วงสถานการณ์ปกติเปิดเทอม ชุมชนจะเข้ามาซื้อไข่ไก่จากสหกรณ์ของโรงเรียน นอกจากนี้ นักเรียนและคณะครูนำผลผลิตไปจำหน่ายตามร้านอาหารในตัวอำเภอ

นอกจากยังมีโรงเรียนในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันอีกหลายแห่ง ที่พร้อมเป็นคลังเสบียงให้ชุมชนในช่วงโควิดข19 นำผลผลิตไข่ไก่จำหน่ายสู่ชุมชน ได้บริโภคไข่ไก่ที่สด สะอาด ราคาย่อมเยา

Related Posts

Send this to a friend