อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจความพร้อมการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงการระบาด ‘ไวรัสนิปาห์’ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ติดตามความพร้อมการดำเนินมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในผู้เดินทางที่มาจากรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย
นพ.มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคกำหนดมาตรการควบคุมโรคที่รัดกุม ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย เพื่อให้ปฏิบัติได้จริงในทุกขั้นตอน กรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ขอความร่วมมือสายการบิน ท่าอากาศยาน และประชาชนผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และสังเกตอาการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
นพ.โรม บัวทอง ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคกำหนดมาตราการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
1.มาตรการก่อน และระหว่างการเดินทาง: ให้ลูกเรือ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน สวมอุปกรณ์ป้องกันโรค หากพบผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงมีไข้สูง หรืออาการทางเดินหายใจ ระหว่างการเช็กอิน หรือขึ้นเครื่อง ต้องให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง
ระหว่างเดินทาง หากผู้โดยสารมีอาการป่วย ให้นั่งอยู่ในที่นั่งตัวเอง ไม่เปลี่ยนที่นั่ง และแจ้งหอบังคับการบินทันที เพื่อประสานด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศปลายทาง ให้สายการบินแจกแบบฟอร์ม ต.8 แก่ผู้โดยสารจากพื้นที่ที่มีการระบาด
2.มาตรการเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย: ผู้โดยสารต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 ก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสุขาภิบาลอากาศยานทุกเที่ยวบินจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และกรณีพบผู้ป่วยสงสัย ต้องทำการฆ่าเชื้อ กำหนดหลุมจอดเฉพาะสำหรับเครื่องบินที่มาจากพื้นที่โรคระบาด พร้อมจัดพื้นที่คัดกรอง ห้องแยกโรค เส้นทางส่งต่อผู้ป่วย และการจัดการสัมภาระ สายการบินต้องส่งข้อมูลให้กับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
3.มาตรการกรณีการส่งต่อผู้ป่วยข้ามประเทศ: ผู้ป่วยโรคใด ๆ ที่ส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดีย และบังกลาเทศ ต้องตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์จากโรงพยาบาลต้นทางก่อนทุกครั้ง และให้โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด












