PUBLIC HEALTH

สธ.ย้ำการส่งมอบวัคซีนให้ไทยเป็นไปตามสัญญาปี 64

กระทรวงสาธารณสุข ย้ำการส่งมอบวัคซีนให้กับไทยทั้งไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้า ยังคงเป็นไปตามที่ระบุในสัญญาของปี 2564 แยกส่วนกับการส่งมอบในปี 2565 ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาทำข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่ แนะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ รับวัคซีนสูตรไขว้ ปลอดภัย ได้ภูมิคุ้มกันสูงและเร็ว

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 สิงหาคม 2564 ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 26,428,101 โดส สัปดาห์ที่ผ่านมาฉีดได้วันละ 5- 6 แสนโดส โดยกลุ่มบุคลากรการแพทย์ทุกคนฉีดครบ 2 เข็มแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและ อสม. ฉีดเข็มแรกแล้ว 50 – 60 % สำหรับกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็มแรกแล้วกว่า 30 % ที่สำคัญคือกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ยังฉีดได้น้อยเพียง 4 % จึงขอให้ไปรับการฉีดวัคซีน ซึ่งราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยยืนยันว่ามีความปลอดภัย สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ส่วนวัคซีนโควิด 19 ตามแผนการจัดหา 2564 ได้สั่งจองแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ไฟเซอร์ 30 ล้านโดส รวมทั้งซิโนแวคอีก 30 ล้านโดส ที่นำมาฉีดในสถานการณ์ระบาดและสูตรฉีดไขว้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระดับสูงในเวลารวดเร็ว ทำให้ปีนี้มีวัคซีนมากกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ 100 ล้านโดส โดยในส่วนของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นการลงนามสัญญาจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ก่อนการผลิตวัคซีนจะสำเร็จ เงื่อนไขในสัญญาจึงระบุว่า จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นไป โดยต้องเจรจาจำนวนที่ต้องการเป็นรายเดือน และขึ้นกับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผลิตได้ ซึ่งตั้งแต่มิถุนายน – สิงหาคม ได้รับเฉลี่ยเดือนละ 5 – 6 ล้านโดส

ทั้งนี้ ไทยได้แสดงเจตจำนงต้องการวัคซีนมากขึ้น และบริษัทมีแนวโน้มจะส่งวัคซีนเพิ่มเป็น 7.2 ล้านโดสในเดือนกันยายน และคาดว่าจะได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นในเดือนต่อไป

นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับปี 2565 ศบค.เห็นชอบแผนจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเป็น 120 ล้านโดส เพื่อฉีดให้ครอบคลุมกลุ่มเด็ก และฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ประชาชนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ขณะนี้ สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนทุกรูปแบบ ทั้ง mRNA, Viral vector, เชื้อตาย และอื่น ๆ โดยจะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 50 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้าอีก 50 ล้านโดส โดยหากบริษัทผลิตวัคซีนรุ่นที่ 2 สำเร็จ มีข้อมูลรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จะให้ส่งมอบเป็นวัคซีนรุ่นที่ 2 ซึ่งทั้งปริมาณ กำหนดการส่ง และราคา อยู่ในขั้นตอนการเจรจา และทำข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งสัญญาของปี 2564 ไม่เกี่ยวเนื่องกับปี 2565 และไม่เกี่ยวข้องกันตามที่สื่อโทรทัศน์บางแห่งได้กล่าวอ้าง

Related Posts

Send this to a friend