KNOWLEDGE

เทคนิคบรรลุเป้าหมายปีใหม่ New Year’s Resolution 2020 (หลังจากพังมาหลายปี)

ตั้งเป้าหมายสำหรับปีใหม่ (New Year’s Resolution) กันไว้ทุกปี (แล้วก็ไม่สำเร็จ) จนการตั้งเป้าหมายปีใหม่เป็นเรื่องไว้ขำกันในหมู่เพื่อนฝูง ตั้งไปงั้นๆ หรือปลงกับมันไปแล้ว

จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า มีเพียง 12% เท่านั้นที่สามารถบรรลุเป้าหมายปีใหม่ได้ โดย U.S. News & World Report เคยทำการศึกษาและพบว่า 80% ของเป้าหมายปีใหม่ พังหรือถูกยกเลิกไปตั้งแต่เดือน ก.พ. แล้วด้วยซ้ำ

สาเหตุหลักของการที่เป้าหมายสำหรับปีใหม่พัง ได้แก่

1. เป้าหมายเบลอ เพราะเธอไม่ชัดเจน
เมื่อเราไม่แน่ใจหรือไม่ชัดเจนพอสุดท้ายก็จะเริ่มเฉยๆ ไม่ใส่ใจกับเป้าหมายที่ตั้งไว แล้วก็หมดไฟในการทำตามมันไปดื้อๆ โดยเป้าหมายที่ไม่เบลอ คือเป้าหมายที่เป็นตัวเราเองมากที่สุด ทำเพื่อตัวเอง ไม่ต้องไปตามใคร โดยเราต้องตอบคำถามกับตัวเองก่อนว่า เป้าหมายนี้มีผลกับชีวิตของเราอย่างไร สำคัญกับเราตรงไหน และที่สำคัญคือตั้งเป้าหมายนี้เพราะอะไร (เพราะตัวเอง หรือเพราะคนอื่น)

2. ยิ่งเดินยิ่งไกล ทำไมมันเยอะแยะไปหมด
การเปลี่ยนแปลงมักจะมากับความยุ่งยากและการปรับตัวเสมอ บางทีเรายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนแต่ก็ต้องรีบเริ่มด้วยแรงกดดันทั้งจากตัวเอง และคนรอบๆ ตัว จนเกิดความเครียด และที่สำคัญคือ พอเริ่มออกเดิน ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าเส้นทางข้างหน้านั้นแสนยาวไกลนัก มีอะไรเยอะแยะไปหมด จนรู้สึกท้อ หรือเกิดความรู้สึกว่า หรือมันจะหนักไป เร็วไปสำหรับเรา จนสุดท้ายก็ยกเลิกเป้าหมายไปเสียอย่างนั้น

 

3. เหมือนว่าคนคนนี้กำลังหมดแรง
ระหว่างการเดินไปสู่เป้าหมาย เราอาจหมดความอดทนระหว่างทางเพราะรู้สึกว่าทำไปไม่เห็นความคืบหน้าเท่าที่คาดหวังเอาไว้ จนทำให้รู้สึกว่าเป้าหมายนี้มันคงจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

4. ยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
เราอาจจะอยากเปลี่ยนแปลงเต็มที่ จนลืมถามตัวเองไปว่า พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หรือยัง แล้วสุดท้ายก็พยายามใช้ทุกข้ออ้างในการยกเลิกเป้าหมายนั้นไป ไม่ใช่เพราะเป้าหมายนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ แต่เพราะอาจจะยังไม่ใช่สำหรับเวลานี้ต่างหาก

มันอาจจะยาก แต่ก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ สำหรับคนที่ตั้งเป้าหมายสำหรับปีใหม่แล้ว และอยากจะไปให้ถึง เรามีเทคนิคดีๆ มาฝาก

1. ค่อยเป็นค่อยไป ทีละนิด ทีละน้อย
โดยเริ่มจากสิ่งที่ “เป็นไปได้” ก่อน เช่น หากเราตั้งเป้าที่จะออกกำลังกายให้บ่อยขึ้น ก็เริ่มด้วยการวางแผนการไปออกกำลัง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ แทนที่จะเปรี้ยงเดียววางแผนไปออกกำลังทุกวัน หรือถ้าตั้งเป้าจะกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น แทนที่เราจะปรับอาหารแบบฮาร์ดคอร์ งดทุกสิ่ง ห้ามกินทุกอย่าง ประหนึ่งกำลังทำโทษตัวเอง ก็ค่อยๆ ปรับ เปลี่ยนจากขนมเป็นผลไม้ หรือโยเกิร์ต เริ่มจากเรื่องเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยับไปเรื่องที่ใหญ่ขึ้น

2. ค่อยๆ เปลี่ยนทีละอย่าง
คิดไว้เสมอว่ากว่าเราจะมาเป็นเราทุกวันนี้เราใช้เวลาไปตั้งเยอะในการพัฒนานิสัย(ไม่ดี) และน้ำหนักตัว หากเราจะเปลี่ยนจะเอาออกก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละเรื่อง จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าโอ๊ย ทำไมมันเยอะแยะไปหมด

3. บอกเล่าให้คนใกล้ตัวฟัง
การคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่มีเป้าหมายเดียวกันจะทำให้เราผ่านมันไปได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะรู้ว่าไม่ได้เจอปัญหาแบบนี้คนเดียว คนอื่นก็ติดตรงนี้เหมือนกัน และเวลาที่เราทำได้ก็มีคนร่วมดีใจไปกับเรา เป็นแรงกระตุ้นที่ดีกว่าทำเงียบๆ คนเดียวมาก

4. อย่าโหดร้ายกับตัวเองเกินไป
ถ้าทำพลาด หรือทำไม่ได้ตอนไหน ก็ต้องเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้ แล้วก็กลับมาพยายามใหม่ ไม่ใช่จะโทษตัวเอง รู้สึกผิด เครียด หรือกดดันตัวเองมากไป เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้อยากจะทิ้งเป้าหมายไปมากกว่า

รู้เทคนิคแล้ว อย่าลืมนำไปปรับใช้กัน ด้วยหลักการง่ายๆ ตั้งเป้าหมายให้ถูกต้อง เป็นตัวของตัวเอง ค่อยเป็นค่อยไปทีละเล็กทีละน้อย บอกเล่ากับคนรอบข้าง และอย่าเครียด เท่านี้เราก็พร้อมที่จะก้าวสู่ปีใหม่ เป้าหมายใหม่ และความสำเร็จในปี 2563 แล้ว

อ้างอิง Psychology Today, American Psychological Association, Mental Floss,
Harvard Health Publishing

ลาก่อนปี 2562 สวัสดีปีใหม่ 2563

Related Posts