กสศ. เผย ครูโรงเรียนเล็ก ต้องแบกงานสอนมาราธอน ครู 63% ชีวิตพัง
เสนอด่วนจ้างบุคลากรเฉพาะทาง ลดภาระงานครู ชี้ ระยะยาวต้องปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างเดิม
วันนี้ (16 ม.ค. 69) ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รายงานผลวิจัยจากการสำรวจภาระงานครูจากกลุ่มตัวอย่างในสังกัด สพฐ. ท้องถิ่น เอกชน และ กทม. พบว่า ครูในโรงเรียนขนาดเล็กต้องแบกภาระงานสอนกว่า 27.31 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ 37.6%
วงจรความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนเล็กที่มีทรัพยากรน้อยที่สุด แต่เป็นโรงเรียนที่ครูต้องแบกภาระมากที่สุด ยิ่งครูอาวุโสจะได้รับมอบหมายงานสอนน้อยลง สอนน้อยกว่าครูรุ่นใหม่ ส่งผลให้ครูหนึ่งคนต้องสอนหลายวิชาและหลายระดับชั้น
สำหรับ 5 อันดับภาระงานนอกเหนือการสอนที่ครูต้องใช้เวลามากที่สุดต่อภาคเรียน อันดับ 1 งานหัวหน้าสายชั้น หรือหัวหน้าระดับ ใช้เวลา 874 ชั่วโมง อันดับ 2 งานสำนักวิชาการ 777 ชั่วโมง อันดับ 3 งานประชาสัมพันธ์ 468 ชั่วโมง อันดับ 4 งานประกันคุณภาพ 438 ชั่วโมง และอันดับ 5 งานบุคคล 414 ชั่วโมง
“งานหัวหน้าระดับเป็นงานที่แบกภาระสูงสุด ใช้เวลาเฉลี่ยในการทำงานแต่ละครั้งประมาณ 11.96 ชั่วโมง เกือบเท่ากับการทำงานเต็มวัน ข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่านอกจากภาระงานสอนที่หนัก ครูยังต้องรับผิดชอบงานบริหารจัดการที่กินเวลามาก”
งานที่ควรใช้เจ้าหน้าที่เฉพาะทาง โดยเฉพาะสามตำแหน่งงานสำคัญที่โรงเรียนควรมี คือ นักประชาสัมพันธ์ (เขียนข่าว, ดูแลสื่อ) ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง (ดูแลด้านโสต, อาคารสถานที่) และงานธุรการ/การเงิน (จัดการเอกสาร, พัสดุ) โดยครู 47.7% บอกว่าภาระงานล้นมือส่งผลถึงคุณภาพการสอนในห้องเรียน นอกจากนี้ เรื่องสมดุลชีวิตและการทำงาน Work Life Balance มีครูถึง 63% บอกว่าไม่สามารถทำได้ ทำให้มีความเครียดสะสม และภาวะ Burnout
สำหรับข้อเสนอจากงานวิจัย แบ่งเป็น
ระยะสั้นทำได้ทันที ได้แก่ ลดภาระงานไม่จำเป็น ตัดงานเอกสารซ้ำซ้อน ปรับลดลำดับความสำคัญของงานอื่น ๆ, กระจายงานอย่างเป็นธรรม เลี่ยงการมอบหลาย ๆ โครงการให้ครูเพียงคนเดียว หรือกลุ่มเดียว และแยกงานสนับสนุนจากงานครู โดยพิจารณาจ้างบุคลากรเฉพาะทาง
ระยะกลาง ทำได้ภายใน 6-12 เดือน ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตครู ได้แก่ เพิ่มเวลาเตรียมสอน ลดชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ หรือจัดคาบว่างสำหรับการเตรียมสอน, ดูแลสุขภาพใจด้วยการจัดโปรแกรมสุขภาพจิต มีช่องทางให้คำปรึกษา และสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน โดยกำหนดนโยบายงดติดต่องานนอกเวลาราชการอย่างจริงจัง
ระยะยาว 1-2 ปี ได้แก่ ปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างแบบเดิม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทดแทนงานเอกสาร, สร้างระบบพี่เลี้ยง สนับสนุนครูใหม่ในการปรับตัว และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพวิชาชีพครู เพื่อให้ครูมีส่วนร่วมตัดสินใจ เพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเติมเต็มขวัญกำลังใจ












