ปลัด ทส. มอง TOR ไทย-เมียนมา เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ
ปลัด ทส. มอง TOR ไทย-เมียนมา เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ เชื่อไทยไม่เสียเปรียบ พร้อมตั้ง JWG หวังถกนัดแรกภายใน ส.ค. นี้ เชื่อเตรียมหาข้อสรุปค่ามาตรฐานสารปนเปื้อนหลังไม่ตรงกัน
วันนี้ (7 ส.ค. 69) นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับเมียนมา ภายหลังลงนาม TOR ขอบเขตอำนาจหน้าที่คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทย-เมียนมา ซึ่งไทยได้ร่วมลงนามกับเมียนมาเมื่อวันที่ 6 ส.ค. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา นั้น
นางรวีวรรณ กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมา ภายใต้กรอบ TOR ทางน้ำและสิ่งแวดล้อมด้านอื่น เช่น ระบบนิเวศสุขภาพ ถือเป็นสาระสำคัญที่จะมีกรอบความร่วมมือ เพราะปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกมีต้นกำเนิดมาจากการทำเหมืองในเมียนมา แต่เราเป็นท้ายน้ำ จึงอยากได้เวทีกลไกกลางในการหารือ ทั้งจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำร่วมกัน และพารามิเตอร์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ได้ทำร่วมกันระหว่างปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการมอบหมายของคณะรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ให้ความสำคัญครั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นรูปธรรม ร่วมลงนามกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเมียนมา ถือเป็นจุดเริ่มต้น
สำหรับเนื้อหาของ TOR นั้น จะมีการจัดทำแผนแม่บทระยะ 3 ปี เป็นกรอบใหญ่ในการทำงาน มีแผนจัดการประจำปี และมีเวทีพูดคุยเรื่องวิธีการตรวจวัด เพราะค่ามาตรฐานประเทศไทยก็ใช้ค่าและวิธีการอีกแบบ เมียนมาก็ใช้อีกแบบ ซึ่งไม่มีใครถูกใครผิด แต่ต้องมีกลไกในการตรวจวัดว่าจะใช้วัดค่าใด จุดตัดอยู่ที่จุดไหน และเป็นหลักการที่เราจะตกลงร่วมกันในการทำงาน
นอกจากนี้จะมีการประชุมระดับปลัดกระทรวงของทั้งสองฝ่าย คือ Joint Working Group หรือ JWG อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และอาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ซึ่งเราคิดว่ามีความจำเป็น และประเทศไทยเป็นผู้ได้รับผลกระทบก็อยากให้มีการประชุมเร็ว ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งจะต้องมีการทำงานเชิงรุก และยังมีผู้แทนจังหวัดเข้ามาเป็นกลไกในการทำงาน มีตัวแทนจากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอนเข้ามาร่วมด้วย และเราอยากให้มีการประชุมเร็ว ๆ จึงเสนอให้มีการประชุมภายในเดือนนี้เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งต้องมีการเจรจาถึงความพร้อมของทางเมียนมาด้วยในการประชุมครั้งแรก ซึ่งก็พร้อมที่จะพูดคุย และกรอบ TOR นี้ ถือเป็นความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันทุกฝ่าย และในโอกาสที่ประธานาธิบดีของเมียนมาเยือนประเทศไทย ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งก็มองว่าเป็นผลบวกต่อการทำงานในครั้งนี้ เพราะการทำงานเชิงวิชาการต้องการความแม่นยำ ถือเป็นความร่วมมือที่รัฐบาลได้ทำและเสริมงานกันทั้งสองฝ่าย
ส่วนจะพูดคุยถึงเรื่องการทำเหมืองให้ได้คุณภาพหรือไม่นั้น นางรวีวรรณกล่าวว่า เราพร้อมคุยทุกเรื่องทางวิชาการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเปิดกว้าง หากมีนักวิชาการอื่น ๆ มาให้คำแนะนำก็สามารถให้ได้ พร้อมย้ำว่าเป็นกรอบความร่วมมือทางวิชาการ
ส่วนจะเข้าไปตรวจสอบการทำเหมืองในพื้นที่หรือไม่ นางรวีวรรณกล่าวว่าก่อนหน้านี้ไม่มีกลไกกลาง แต่เมื่อมีการตั้ง JWG ขึ้นมา ก็จะเป็นกลไกกลางเป็นหลักในการเปิดโอกาสให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ และมองว่าเมื่อสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เข้ามามีความร่วมมือด้านอวกาศของไทยและเมียนมา ก็อยากใช้โอกาสนี้ในการลงนาม MOU ของ GISTDA มาช่วยเสริมการทำงานเพื่อความถูกต้อง เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ เพราะเราใช้ดาวเทียมในการระบุที่ตั้งและจำนวนเหมือง ระบุตำแหน่งได้ชัดเจน ก็จะช่วยการกำหนดจุดตรวจวัดให้แม่นยำมากขึ้น
ส่วนข้อกังวลว่าหากมีการทำ TOR แล้วมีการกำหนดเงื่อนไข อาจจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบหรือไม่นั้น ปลัด ทส. ยืนยันว่าประเทศไทยไม่เสียเปรียบ และเราได้กรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการนี้ ถือว่าการได้ TOR มาเราใจชื้นขึ้นมา เพราะแต่เดิมเราไม่มีเวทีกลางในการพูดคุยกับเมียนมาอย่างเป็นทางการ ดินแดนคนละประเทศก็มีความอ่อนไหวอยู่ และการได้กรอบความร่วมมือถือเป็นกลไกกลางในการพูดคุยกันเพื่อทำงาน และวันนี้ก็เป็นที่ยอมรับกันจากทั้งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของเมียนมา คิดว่าเป็นบวกมากในการทำงานขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่านายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการพูดคุยเพื่อไปหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยใน TOR ก็มีข้อกำหนดว่ามีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส แต่ว่าต้องเป็นที่ยอมรับเห็นพ้องต้องกันของทั้งสองฝ่าย
สำหรับการกำหนดค่ามาตรฐานนั้น อาจจะมีการอ้างอิงจากค่าสากล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสัตว์น้ำ โดยอาจอ้างอิงจากค่าของ WHO หรือองค์กรอื่น ๆ ในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และเป็นประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาซึ่งเป็นการพิจารณาของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาภายใต้ความร่วมมือร่วมกันของทั้งสองประเทศ การได้พูดคุยกันในการออก TOR ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการมีเวทีกลางอย่างเป็นทางการ













