DEEPSOUTH

มติ กบฉ.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จชต.ต่อ 3 เดือน กำชับชายแดนเข้มลักลอบเข้าเมือง หวั่นโควิดลาม

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) โดยที่ประชุมได้รับทราบ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการปฏิบัติงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้วง 20 มี.ค. 64 – 18 พ.ค. 64 ภาพรวมสถานการณ์ ดีขึ้น เหตุการณ์การก่อเหตุความรุนแรง มีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่อง ประชาชนมีความเข้าใจถึงความจำเป็นในการปฏิบัติงานของภาครัฐ และให้ความร่วมมือด้วยดี ที่ผ่านมา

จากนั้น กบฉ.ได้พิจารณาเห็นชอบ ตามที่ กอ.รมน.ภาค 4 เสนอให้ปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินแล้ว ได้แก่พื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา เป็นไปตามแผนงานปรับลดพื้นที่ฯ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเห็นชอบให้เพิ่มเติมตัวชี้วัด ความพึงพอใจของประชาชน ต่อเศรษฐกิจสังคม ควบคู่ สถิติทางคดี พร้อมทั้งเห็นชอบให้ขยายเวลา การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ จชต. ยกเว้น อ.แม่ลาน, อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.เบตง, อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก, อ.สุคิริน และ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มิ.ย.64-19 ก.ย.64 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สิน ของประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้เข้มงวดการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกม. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด พร้อมขอบคุณ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกนายที่เสียสละ ทุ่มเทการทำงาน ที่ผ่านมาจนสามารถปรับลดพื้นที่ประกาศฉุกเฉินบางส่วน ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล และขอเป็นกำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จ มีความปลอดภัยจากภารกิจ และโควิด-19 กันทุกคน

Related Posts