DEEPSOUTH

ครอบครัว 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดหน้า สตช. ได้เยี่ยมแล้ว ปลอดภัยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวชายวัยรุ่น 2 ราย ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุวางวัตถุระเบิดที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้บนรถโดยสารที่ จ.ชุมพร ขณะที่ทั้ง 2 กำลังเดินทางกลับไปยัง จ.นราธิวาส ประกอบด้วย นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ตำบลรือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองราย มายังศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อสอบสวนขยายผล

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (5 ส.ค.62) เวลา 13.38 น. ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยทั้งสองราย โดยมีมารดาของ นายลูไอ แซแงและญาติของนายวิลดัน มาหะ ได้เดินทางมายัง ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา อีกครั้ง หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินทางมาเพื่อขอเข้าเยี่ยมแล้ว แต่เลยเวลาเยี่ยมในช่วงเช้า จึงต้องเดินทางมาในเข้าเยี่ยมในช่วงบ่ายตามระเบียบการเข้าเยี่ยมของศูนย์เยี่ยมญาติ

โดยเมื่อมาถึง ทางครอบครัวและญาติทุกคนที่ประสงค์เข้าเยี่ยมต้องผ่านจุดตรวจคัดกรองสัมภาระ และลงชื่อการขอเข้าเยี่ยม พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระที่ทางญาตินำมาเพื่อเข้าเยี่ยม

โดยทางเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เยี่ยมญาติ ได้กำหนดให้ญาติของผู้ต้องสงสัย ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามภายใน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ได้เข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 15 นาที

ซึ่งทางครอบครัวของนายวิลดัน มาหะ ได้เข้าเยี่ยมก่อน โดยภายหลังการเข้าเยี่ยมแล้ว น้องสาว ( ไม่เปิดเผยชื่อ) ของนายวิลดัน มาหะ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกสบายใจ และดีใจที่ได้เจอ เมื่อรู้ว่าเขายังอยู่ที่นี้ และยังไม่มีการพูดคุยอะไีรกับพี่ชายกันมากมาย ในส่วนตัวยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของพี่ชาย

ขณะที่ แม่ของนายลูไอ แซแง ผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวไว้ และทางแม่ ก็ยังไม่ได้พบกับลูกชายมาเป็นเวลา 4 วันแล้ว หลังถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว และได้เข้าพบกันในวันนี้

แม่ของนายลูไอ แซแง เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจ แบะหายกังวลใจที่ได้พบกับลูกชาย และลูกชายก็บอกว่าสบายดี ปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง
ซึ่งตนเองก็ได้ถามทุกข์สุขทั่วไป ยังไม่ได้สอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนเองก็เชื่อมั่นในตัวลูกชาย และอยากฝากบอกเจ้าหน้าที่ด้วยว่า หากมีการเคลื่อนย้ายตัวของลูกชายไปไว้ที่ใด ที่ไหน ก็ให้แจ้งประสานญาติได้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจ โดยหลังจากนี้ ก็จะพยายามมาเยี่ยมลูกชายทุกวัน

Related Posts