DEEPSOUTH

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิว จะใช้มาตรการทางกฏหมายจัดการผู้ก่อเหตุ

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่มีเหตุสะเทือนขวัญในจังหวัดยะลาเมื่อต้นสัปดาห์ นั้น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฏหมายขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยจะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และได้ปรับแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน/ชุมชนให้รัดกุมมากขึ้น พร้อมขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบและแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบ

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ยังได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถระบุกลุ่มและตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วจำนวนหนึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ากดดันและติดตามจับกุมในพื้นที่ต้องสงสัยในหมู่บ้านให้การสนับสนุน พื้นที่ป่าภูเขาช่วงรอยต่อ จ.สงขลา และบ้านเครือญาติ

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 1 รายเป็นราษฎรพื้นที่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดโปรยตะปูเรือใบและเผายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือ พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ขณะนี้อยู่ระหว่างการซักถามเพื่อขยายเครือข่ายก่อเหตุที่หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี พร้อมระบุว่าบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง

พ.อ.ปราโมทย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นเพียงประชาชนจิตอาสาที่เสียสละ และอุทิศตนเข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัยชุมชนของตนเอง ไม่ใช่เป็นกองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือนดังที่องค์กรแนวร่วมและกลุ่ม PerMas นำมาบิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการ BRN ดังที่ปรากฏให้เห็นในช่วงที่ผ่านมา

โฆษก กอรมน.ภาค 4 ยืนยันว่าจากชนิดอาวุธปืนที่กลุ่มคนร้ายใช้ในที่เกิดเหตุมีทั้ง M16 และอาก้า รวมทั้งระเบิดแสวงเครื่อง ยังไม่พบหลักฐานว่ามีเครื่องยิง M79 แต่จากพฤติการรณ์ของกลุ่มคนร้าย มีไม่ต่ำกว่า 30-40 คน แบ่งหน้าที่กันทำและเข้าโจมตีจุดตรวจ ชรบ.ประมาณ 10-20 คน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นกลุ่มเป้าหมาย 21 คน และหมู่บ้านเป้าหมาย 9 หมู่บ้าน หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน เป็นประชาชนในพื้นที่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 62 ขณะนี้นำไปควบคุมตัวที่ศูนย์ซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

จากหลักฐานที่ได้จากกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุ สามารถเชื่อมโยงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุยิงชุดคุ้มครองตำบล ที่ต.ปะกาฮะรังจ.ปัตตานี เหตุปล้นตู้เอทีเอ็ม มหาวิทยาลัยฟาตอนี และปล้นร้านทอง ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา

Related Posts