COVID-19

สธ. ขอ ปชช.เว้นระยะห่างในบ้าน ลดการระบาดโรคโควิด-19

กระทรวงสาธารณสุข เผยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยโควิด-19 ร้อยละ 56 เป็นการติดเชื้อในครอบครัว ตามมาด้วยการติดจากเพื่อนร่วมงาน (ร้อยละ 23) และการรวมกลุ่มทำกิจกรรม พบปะสังสรรค์ (ร้อยละ 18) กระตุ้นประชาชนให้เว้นระยะห่างภายในบ้าน สวมหน้ากากอนามัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ลดการระบาดของโรค

นายแพทย์อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ขอบคุณคนไทยที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการภาครัฐทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่อย่าชะล่าใจยังคงเข้มมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมีการพบปะเพื่อน ญาติผู้ใหญ่ เพื่อขอพร  ขอให้เข้มงวดการเว้นระยะห่างระหว่างกัน รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัย  เพื่อให้เป็นเทศกาลที่ช่วยลดการระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 4-10 เมษายน 2563 ) พบผู้ป่วย 495 ราย ในจำนวนนี้ 144 รายเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยร้อยละ 56 เป็นการสัมผัสใกล้ชิดคนในครอบครัว รองลงมาสัมผัสกับเพื่อนร่วมงาน/ผู้มารับบริการร้อยละ 23 ส่วนการสัมผัสจากการพบปะเพื่อนฝูง/คนรู้จักพบร้อยละ18 และการสัมผัสร่วมยานพาหนะ/ในชุมชน พบร้อยละ 3  จากข้อมูลข้างต้นการรักษาระยะห่างระหว่างกันของผู้ใกล้ชิดและคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดการติดเชื้อจากการสัมผัส

สำหรับในช่วงสงกรานต์ มาตรการที่ทุกคนควรปฏิบัติร่วมกัน คือการขอพรต้องเว้นระยะห่างในการไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ เพราะกลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ และหากอยู่ไกลกันก็ขอให้ใช้การอวยพรทางโทรศัพท์หรือออนไลน์เพื่อร่วมกันลดการแพร่กระจายของเชื้อให้ต่ำลงต่อไปให้ได้

สำหรับ สถานการณ์ทั่วโลก ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม – 11 เมษายน  2563 (7.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 1,697,533 ราย เสียชีวิต 102,687 ราย ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่มียอดผู้ป่วยมาก 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วย 502,049 ราย เสียชีวิต 18,719 ราย  สเปนพบผู้ป่วย 158,273 ราย เสียชีวิต 16,081 ราย  และอิตาลีพบผู้ป่วย 147,577 ราย เสียชีวิต 18,849 ราย

ส่วนในประเทศไทย มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 122 ราย รวมวันนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 1,135 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,348 ราย  เสียชีวิตสะสม 35 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 2,518 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 45 ราย นับเป็นลำดับที่ 2,474-2,518 จำแนกเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 23 ราย เป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 23 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 9 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

  • คนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 3 ราย (คนไทย 2 ราย / ต่างชาติ 1 ราย)
  • ไปสถานที่ชุมนุมชน 3 ราย
  • อาชีพเสี่ยง 1 ราย
  • บุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย

กลุ่มที่ 3 ได้รับผล lab ยืนยันพบเชื้อ อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 4 ราย

กลุ่มที่ 4 เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State Quarantines 9 ราย

สำหรับผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ราย ในวันนี้

รายที่ 1 เป็นชายไทยอายุ 46 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่โรงรับจำนำ มีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง และภาวะอ้วน มีประวัติใกล้ชิดกับคนในครอบครัวซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19 เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ด้วยอาการไข้สูง ไอ เสียชีวิตวันที่ 9 เมษายน 2563  (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 34)

รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 65 ปี อาชีพพนักงานทำความสะอาด มีประวัติสัมผัสกับชาวต่างชาติในกรุงเทพมหานคร เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดพะเยา และเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้วยอาการ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อ่อนเพลีย ส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งในจังหวัดพะเยา เสียชีวิตวันที่ 10 เมษายน 2563 (เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 35)

 

Related Posts