COVID-19

สธ. ยอมรับ โควิดกำลังเพิ่มขึ้น แนะอย่าเพิ่งผ่อนคลายหน้ากาก เร่งฉีดวัคซีน

กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์โควิดในประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แม้ตัวเลขผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลจะยังเพิ่มมาก คาด 10 สัปดาห์จากนี้ อาจพบผู้ป่วยในโรงพยาบาลมากขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาชน อย่าเพิ่งรีบถอดหน้ากากอนามัย พร้อมแนะนำกลุ่มเสี่ยง เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

(4 ก.ค. 65) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ว่า ขณะนี้ทั่วโลกพบรายงานสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4/BA.5 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐอเมริกา ดังนั้น ผู้เดินทางไปยังประเทศที่อาจมีการผ่อนคลายเรื่องหน้ากากอนามัยแล้ว กระทรวงสาธารณสุขอแนะนำให้ยังคงสวมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

สำหรับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยกำลังรักษา ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แต่เป้นการพบเชื้อที่อาการไม่มากและรักษาตัวที่บ้านมากขึ้น โดยพบผู้รักษาในระบบ HI เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.5 หมื่นราย ลงทะเบียนรับยาผ่านระบบ สปสช. แบบผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น จาก 1.91 แสนราย เป็น 2.07 แสนรายในสัปดาห์นี้

ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลยังเพิ่มขึ้นไม่มาก อยู่ในเกณฑ์รองรับได้ในระบบสาธารณสุข โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น คือ กทม. ปริมณฑล จังหวัดใหญ่ และจังหวัดท่องเที่ยว จึงต้องพิจารณาควบคุมการระบาดในบางส่วน ซึ่งอาจมีการเพิ่มเติมมาตรการป้องกันโรค เช่น การสวมหน้ากากอนามัยไปในพื้นที่มีการรวมกลุ่ม การใช้ขนส่งสาธารณะทุกประเภทต้องสวมหน้ากากอนามัย

นพ.จักรรัฐ ยังกล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคได้คาดการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 65 เป็นต้นไป ว่า อาจเกิดการระบาดเป็นระลอกเล็กๆ (Small Wave) ได้ ซึ่งช่วงนี้ มีสัญญาณมาแล้วว่า กำลังมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาจทำให้มีผู้ไปรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น ซึ่งหากยังคงมาตรการเหมือนช่วงเดือนมิถุนายน คาดว่าช่วง 10 สัปดาห์จากนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน จะเป็นช่วงพีคสุดของเวฟที่จะเจอผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล แต่หากผ่อนคลายมาตรการทั้งหมด โดยเฉพาะการไม่สวมหน้ากากอนามัย อาจจะมีผู้ป่วยมากขึ้นอีก โดยเฉพาะหากกลุ่ม 608 ป่วยมากขึ้น ก็อาจจะเป็นระลอกใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้น จึงขอแนะนำว่า อย่าเพิ่งรีบผ่อนคลายเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย ขอให้ใส่ไว้ก่อนเมื่ออยู่ในสถานที่ปิด สถานที่แออัด ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และให้รีบไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มเติม เพื่อลดและป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

Related Posts

Send this to a friend