BUSINESS

7 บริษัทพันธมิตร เปิดตัว PRO-Thailand Network

7 บริษัทพันธมิตร ประกาศเปิดตัว “เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ “PRO-Thailand Network” อย่างเป็นทางการ ขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) หรือ “EPR” ผลักดันให้เกิดการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือนำไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด

PRO-Thailand Network เป็นการรวมตัวกันของ 7 บริษัท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการ EPR เป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ส่งเสริมให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนในประเทศไทย โดยเริ่มต้นทดลองโมเดลการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว 3 ประเภทคือ ขวดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) กล่องเครื่องดื่ม อาทิ กล่องนม น้ำผลไม้ กล่องน้ำกะทิ และถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน อาทิ ซองขนม กาแฟ ภายใต้การทำงานกับมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือมูลนิธิ 3R ทั้งนี้ สมาชิก PRO-Thailand Network ทั้ง 7 บริษัท ประกอบด้วย

1.บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด

2.บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด

3.บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด

4.บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

5.บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

6.บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด

7.บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค จำกัด

คณะผู้บริหารของ PRO-Thailand Network กล่าวว่า PRO-Thailand Network ส่งเสริมการเก็บกลับ และรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อนำกลับมารีไซเคิล หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ คือ

1.การสร้างความร่วมมือ ด้วยการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว และการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ในระบบการจัดการขยะ ลดขยะบรรจุภัณฑ์และเพิ่มการรีไซเคิลสู่การนำกลับมาใช้ใหม่

2.การอำนวยความสะดวก พัฒนาปรับปรุงระบบการรีไซเคิลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยทำงานร่วมกับกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า องค์กร Non-Governmental Organization (NGO) องค์กรธุรกิจและการค้า สื่อมวลชน ประชาชน และหน่วยงานรัฐบาล

3.การสร้างโมเดลต้นแบบ ด้วยโครงการนำทั้งในด้านการเก็บกลับ การรีไซเคิล และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษเห็นว่าการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนไม่สามารถลงมือทำให้ประสบความสำเร็จได้โดยปราศจากแรงสนับสนุนด้านกฎหมายจากภาครัฐ ดังนั้น จึงมีการจัดทำกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนของประเทศไทย ภายใต้หลักการ EPR ซึ่งกำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรม นำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย

PRO-Thailand Network ดำเนินโครงการนำร่องผ่านมูลนิธิ 3R เพื่อเรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนา PRO Model ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานมูลนิธิ 3R กล่าวว่า มูลนิธิ 3R ตระหนักถึงความสำคัญของการนำหลักการ EPR มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การผลิต นำเข้า จำหน่าย การบริโภค และการจัดการหลังการบริโภค ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทั้งนี้ PRO-Thailand Network ร่วมมือกับมูลนิธิ 3R เพื่อส่งเสริมการทำงานของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์ สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยระบบโมเดลเศรษฐกิจ BCG ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

Related Posts

Send this to a friend