อินฟอร์มาฯ ชูงาน ProPak Asia 2026 ศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ ยกระดับไทยสู่คลังสำรองอาหารปลอดภัยโลก
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผย ProPak Asia 2026 ศูนย์รวมอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ครบวงจร ในสถานที่จัดงานใหม่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการติดอาวุธด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รองรับการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนที่กำลังเกิดขึ้น
น.ส.กชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนขณะนี้ว่า แม้อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีความสำคัญและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งการผลิตและการส่งออก ความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้น กลับกันก็เป็นปัจจัยหนุนต่อภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากประเทศต่าง ๆ มีความต้องการอาหาร เร่งนำเข้า และสำรองอาหารเพิ่มมากขึ้น
ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นพื้นที่เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ นับเป็นโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นคลังสำรองอาหารที่ปลอดภัยของโลก แต่ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งไปสู่การกระจายความเสี่ยง เน้นผลิตสินค้าอาหารที่มีอายุการเก็บรักษานาน หรืออาหารพร้อมทาน รวมถึงอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอาหารที่มีอัตรากำไรสูง เพื่อการชดเชยต้นทุนด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น
งาน ProPak Asia ไม่ใช่แค่งานแสดงเครื่องจักร แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมโซลูชันเพื่อการปรับตัว เปลี่ยนแปลงและเติบโต สำหรับผู้ประกอบการ นอกจากจะจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยังมีการประชุมและสัมมนาเจาะลึกทิศทางของอุตสาหกรรม รวมถึงเวิร์กช็อปและการสาธิตถึงความก้าวหน้าล่าสุดด้านการแปรรูปอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นด้านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์ ความเป็นอิสระด้านวัตถุดิบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย เพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและมั่นคง
น.ส.สมสุดา ศรีวัฒนานนท์ กรรมการ บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเปลี่ยนจากการผลิตแบบต้นทุนแข่งขันสู่การผลิตแบบคุณภาพ เทคโนโลยี และความยั่งยืน โดย 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยและความยั่งยืนที่เข้มงวด การขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
ทางออกของผู้ประกอบการคือการยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล ใช้เครื่องจักรอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติที่เป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่ทางเลือก ลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory และ Data-Driven Production การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานจะเสริมความได้เปรียบ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแรง สร้าง Value Added Product และ Premium Positioning ในตลาดโลก
นายสิทธิพัฒน์ กอวัฒนา ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ฟูจิเซกิ ฟู้ด แมชชินเนอรี่ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า ตลาดอาหารพร้อมทาน รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยและอาเซียนเติบโตอย่างต่อเนื่อง การนำนวัตกรรมเครื่องจักรระบบอัตโนมัติมาช่วยดำเนินธุรกิจจึงเป็นกุญแจที่ทำให้ผู้ประกอบการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพสินค้า ต้นทุนการผลิต และทดแทนการขาดแคลนแรงงานได้












