BUSINESS

กลุ่มสายการบินกาตาร์ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ธุรกิจทำกำไร 1 พันล้านดอลลาร์สสหรัฐ

กลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ประกาศผลกำไรสุทธิ สูงถึง 3.736 พันล้านริยาลกาตาร์ (ประมาณ 1.026 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2023/2024 ซึ่งเพิ่มขึ้น 113.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีงบประมาณที่แล้ว (งบประมาณ 2022/2023) พร้อมกันนี้รายได้รวม ของกลุ่มบริษัทในช่วงเวลาดังกล่าว เติบโตขึ้นเป็น 40.126 พันล้านริยาลกาตาร์ (ประมาณ 11.019 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า นอกจากนี้รายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร สูงขึ้น 28.5% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้น ของปริมาณน้ำหนักบรรทุก ที่สูงถึง 83.3% นำมาซึ่งผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 3.6%

อัคบาร์ อัล เบเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า “กาตาร์ แอร์เวย์สไม่เพียงแต่ดำเนินธุรกิจ ในฐานะสายการบินชั้นนำของโลก แต่ยังได้ยกระดับอุตสาหกรรมการบิน โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ FIFA World Cup Qatar 2022 ที่ได้ช่วยสร้างฐานที่แข็งแกร่ง สำหรับกาตาร์ในการเติบโต และก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทาง ท่องเที่ยวชั้นนำของตะวันออกกลาง ทั้งนี้การพัฒนาวัฒนธรรม คุณค่า และการบริการลูกค้า ของกลุ่มสายการบิน ได้ถูกปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสม สำหรับครอบครัวที่เดินทางมาเยือน โดยผลการดำเนินงานล่าสุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทกำลังเดินหน้า สู่อีกปีที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง จากกำไรสะสมกว่า 2,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้จากผลประกอบการ ในสองปีที่ผ่านมา”

สำหรับในช่วง 6 เดือนแรก ของปีงบประมาณ 2023/2024 อัตรากำไรขั้นต้น หลังหักค่าใช้จ่ายจากการขายและบริหาร (EBITDA margin) ของกลุ่มบริษัทได้แสดงถึงการปรับตัว ที่เป็นบวกอย่างชัดเจน โดยมีอัตราอยู่ที่ 26.9% ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ในปีงบประมาณก่อนหน้า (ปี 2022/2023) พบว่ามีการเพิ่มขึ้นถึง 4.9% และมีมูลค่าทั้งสิ้น 10.779 พันล้านริยาลกาตาร์ (หรือประมาณ 2.960 พันล้านเหรียญสหรัฐ) นอกจากนี้ผลกำไรสุทธิ EBITDA ยังแสดงให้เห็นถึงตัวเลขที่สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กว่า 2.641 ล้านริยาลกาตาร์ (หรือประมาณ 0.725 ล้านเหรียญสหรัฐ)

โดยในช่วงหกเดือนแรก ของปีงบประมาณนี้ (สิ้นสุดในเดือนกันยายน 2566) กาตาร์ แอร์เวย์สได้บันทึกจำนวนผู้โดยสารรวมที่ 19.078 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 22.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ในปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน ความสำเร็จทางธุรกิจของสายการบิน มาจากการร่วมมือเชิงนวัตกรรมกับพันธมิตรในเครือข่าย oneworld และความร่วมมือกับพันธมิตร เชิงกลยุทธ์ระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในออสเตรเลีย ยุโรป และจีน นอกจากนี้การขยายฝูงบิน และโปรแกรมสมาชิกเป็นตัวเร่งประสิทธิภาพการเติบโต ซึ่งปัจจุบันกาตาร์ แอร์เวย์สมีเครื่องบินประมาณ 150 ลำ ให้บริการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ที่เพิ่มขึ้นในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการดําเนินงาน การนำนวัตกรรมมาใช้ และการพัฒนาทีมงานได้ช่วยเสริมสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่น

และความท้าทายที่กลุ่มบริษัท ต้องเผชิญในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบ ต่อความต้องการในการเดินทาง ของผู้โดยสารและข้อจำกัด ในการดำเนินงานของสายการบิน นอกจากนี้ค่าใช้จ่าย ของน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ที่สายการบินต้องจัดการ พร้อมกับผลกระทบ จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้สายการบินได้นำมาตรการที่หลากหลาย มาใช้เพิ่มความสามารถ ในการส่งมอบบริการอย่างทันเวลา และมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้จากช่วงปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และการทำงานเป็นทีมอย่างใกล้ชิด ระหว่างผู้นำและฝ่ายบริหาร ของกลุ่มบริษัท และด้วยฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง กาตาร์ แอร์เวย์สมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทาย และปัจจัยที่อาจทำให้ตลาดชะลอตัว ในช่วงครึ่งหลังของปี 2023-2024

โดยในช่วงต้นเดือนมีนาคม กาตาร์ แอร์เวย์ส ได้ประกาศเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ซึ่งประกอบด้วยเมืองต่างๆ ได้แก่ ชิตตากอง,จูบา,กินชาซา,ลียง,เมดาน,ตูลูส และตราบซอน ที่ได้เริ่มให้บริการแล้วจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สายการบิน ยังได้ประกาศการกลับมาให้บริการสู่ 11 จุดหมายปลายทาง ได้แก่ ปักกิ่ง,เบอร์มิงแฮม,บัวโนสไอเรส,คาซาบลังกา,ดาเวา,มาร์ราเกช,นีซ, โอซาก้า,พนมเปญ,ราส อัล-คอยมาห์ และ โตเกียว ฮาเนดะ และยังมีแผนที่จะเปิดเส้นทางใหม่อีก 10 แห่ง ในปี 2567 เพื่อขยายเครือข่ายการบิน และเพิ่มโอกาสในการเชื่อมต่อ สำหรับผู้โดยสาร

Related Posts

Send this to a friend