BUSINESS

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ย้ำเทรนด์ธุรกิจยั่งยืน ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนสำคัญ

เผยผู้บริหารองค์กรใหญ่-นักลงทุนล้วนให้ความสำคัญ และผู้นำในธุรกิจขยับตัวสู่เป้าหมายธุรกิจยั่งยืน (Business for Sustainability) การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็นในการบรรลุเป้าหมายองค์กร

นายแอบเบย์ แอนิล โกสานการ์ รองประธานกลุ่ม Secure Power ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา เปิดเผยว่า ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เป็นสิ่งที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ดังจะเห็นได้จากการสำรวจ และการศึกษาต่างๆ ว่า ผู้บริหารระดับ CEO ของบริษัทใหญ่ถึง 99% เห็นด้วยว่า “ประเด็นด้านความยั่งยืนมีความสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของธุรกิจของพวกเขา” (ที่มาข้อมูล: Harvard Business Review) นอกจากผู้บริหารแล้ว นักลงทุนเองก็เป็นอีกกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทด้วยเช่นกัน โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ต่างขยับตัวสู่ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์ เฟซบุ๊ก แอมะซอน หรือ แอปเปิ้ล ต่างมีเป้าหมายในการลดการปล่อยของเสียสู่บรรยากาศ และ Carbon Neutral เพื่อสร้างความยั่งยืนให้มากที่สุด

ดาต้าเซ็นเตอร์ เองก็จำเป็นต้องก้าวไปสู่ความยั่งยืน เช่นกัน โดยที่ผ่านมาแม้จะมีการให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว แต่ก็นับเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนเท่านั้น จากการกำหนดประเภทของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) 3 รูปแบบ จะพบว่า มีทั้งจากการปล่อยมลพิษโดยตรงจากการควบคุมภายในการปฏิบัติงานขององค์กร การปล่อยมลพิษทางอ้อมที่เกิดจากไฟฟ้าที่ซื้อ การทำความร้อนหรือความเย็น และการปล่อยมลพิษทางอ้อมจากแหล่งต่างๆ เช่น การเดินทางเพื่อธุรกิจ การจัดการของเสีย และห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ต่างๆ

ประเภทของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) 3 รูปแบบ

แอบเบย์เปิดเผยว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ให้ความสำคัญกับธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมากว่า 15 ปี โดยให้ความสำคัญกับการใช้พลังงาน และธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำ (เพื่อลดความร้อน) ดิน (พื้นที่ในการทำงาน) ป่า และบรรยากาศ (การปล่อยของเสียออกสู่อากาศไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจก) จนได้รับการยอมรับในฐานะบริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลกในปีนี้ และมีแผนที่จะบรรลุเป้าหมายในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ทั้งระบบ eco system ขององค์กรภายใน 15 ปี

ในการสร้างความยั่งยืนของดาต้าเซ็นเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยึดปรัชญา 5 ประการในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย การวางกลยุทธ์ที่ชัดเจน และนำไปใช้ได้จริง สามารถวัดผลได้จริง โปร่งใส ใช้การออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นหลัก และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วโลก รวมถึงเลือกใช้นวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำกลับมาหมุนเวียนได้ ขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการทำงาน ด้วยการใช้ประโยชน์จากดาต้า และการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสู่ดิจิทัล เลือกใช้พลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงลดการปล่อยคาร์บอนของซัพพลายเชน ผ่านการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน การใช้พลังงานหมุนเวียน ฯลฯ

ปรัชญา 5 ประการในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยั่งยืนของดาต้าเซ็นเตอร์

แอบเบย์ กล่าวว่า ด้วยความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทำให้เรามองเห็นจุดอ่อน 3 ประการที่ทำให้องค์กรต่างๆ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็น การขาดกลยุทธ์ เป้าหมาย และการให้ความสำคัญ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญในองค์กร กับการจัดสรรทรัพยากร และการขาดกรณีศึกษาทางธุรกิจเพื่อตัดสินใจในการลงทุนกับโปรเจ็คท์ต่างๆ ทำให้บริษัท เปิดตัวบริการให้คำปรึกษาด้านนี้โดยเฉพาะเพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่การสร้างวิสัยทัศน์ การวางกลยุทธ์ ตั้งเป้าหมาย และกำหนดลำดับความสำคัญในการดำเนินการ การปฏิบัติจริง ไปจนถึงการติดตาม และการวัดผล

“องค์กรจำเป็นต้องจัดระบบ และให้ความสำคัญกับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมผ่านไฟฟ้าที่ซื้อ โดยพิจารณาสัดส่วนการใช้พลังงานผสมผสาน และเทคโนโลยีสะอาด รวมถึงให้ความสำคัญกับการปล่อยคาร์บอนของซัพพลายเชนขององค์กร เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรธุรกิจยั่งยืน” แอบเบย์ กล่าวทิ้งท้าย

Related Posts

Send this to a friend