ธนาคารโลกแต่งตั้ง สตีเฟน เอ็น. เอ็นเดกวา เป็นผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมาคนใหม่
ธนาคารโลกแต่งตั้ง สตีเฟน เอ็น. เอ็นเดกวา เป็นผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมาคนใหม่ มุ่งกระชับความร่วมมือระหว่างธนาคารโลกและประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนชุมชนเปราะบางในเมียนมา
วันนี้ (1 ก.ย. 69) ธนาคารโลกแต่งตั้ง สตีเฟน เอ็น. เอ็นเดกวา (Stephen N. Ndegwa) ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมา (Division Director for Thailand and Myanmar) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 และประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ
สตีเฟน เข้ารับตำแหน่งในช่วงเวลาสำคัญของทั้งสองประเทศ โดยในประเทศไทย ธนาคารโลกกำลังกระชับความร่วมมือเพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นของประเทศในการสร้างเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวสู่สถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2577 ขณะที่ในเมียนมา ซึ่งยังคงเผชิญกับความเปราะบาง ความขัดแย้ง และความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ธนาคารโลกยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนประชาชนเมียนมา โดยให้ความสำคัญกับการรักษาทุนมนุษย์ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ตลอดจนการคุ้มครองความเป็นอยู่และความมั่นคงทางอาหาร
ในฐานะผู้อำนวยการ สตีเฟน จะเป็นผู้นำการดำเนินงานของธนาคารโลกในประเทศไทยและเมียนมา พร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศ และขับเคลื่อนพันธกิจของธนาคารโลกในการยุติความยากจนขั้นรุนแรงและส่งเสริมความมั่งคั่ง บนโลกที่น่าอยู่ ผ่านการสร้างงานที่มีคุณภาพและเพิ่มโอกาสในการมีงานทำที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
“ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและผลสัมฤทธิ์ที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่น ขณะที่ประชาชนเมียนมายังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมหาศาล” สตีเฟน กล่าว “ผมตั้งตารอที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรของเรา เพื่อช่วยสร้างโอกาส เสริมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน”
ก่อนการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings) ปี 2569 ที่กรุงเทพฯ หนึ่งในภารกิจสำคัญของ สตีเฟน ในประเทศไทยคือการเดินหน้าความร่วมมือระยะต่อไปของกลุ่มธนาคารโลกผ่าน กรอบความร่วมมือระดับประเทศ (Country Partnership Framework: CPF) ฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ขับเคลื่อนการเติบโตและการสร้างงาน ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจที่ทั่วถึงและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
CPF ฉบับใหม่นี้มุ่งเน้นผลลัพธ์สำคัญ 2 ด้านที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ได้แก่ ภาคเอกชนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นเพื่อสนับสนุนการเติบโต โดยมีการสร้างงานที่มีคุณภาพและมีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมถึงการระดมเงินทุนจากภาคเอกชน เป็นประเด็นสำคัญที่ครอบคลุมการดำเนินงานในทุกด้าน ขณะเดียวกัน การลงทุนอย่างต่อเนื่องของธนาคารโลกในประเทศไทยมุ่งเน้นด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น ตลาดคาร์บอน ความมั่นคงทางน้ำ และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย ควบคู่กับงานด้านองค์ความรู้และการวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาค การพัฒนาเมือง การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาภาคการเงินและภาคเอกชน
สำหรับประเทศเมียนมา กลุ่มธนาคารโลกยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนประชาชนเมียนมาผ่านแนวทาง ติดตาม ประเมิน และให้ความช่วยเหลือ (Monitor, Assess, and Assist) ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ของกลุ่มธนาคารโลกว่าด้วยการดำเนินงานในบริบทที่ได้รับผลกระทบจากความเปราะบาง ความขัดแย้ง และความรุนแรง (Strategy for Engaging in Fragility, Conflict, and Violence: FCV) ประจำปี 2569–2573
ภายใต้การนำของสตีเฟน ธนาคารโลกจะยังคงจัดทำและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันจะขยายการสนับสนุนชุมชนกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการที่ดำเนินการโดยพันธมิตรภายนอก ความพยายามดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ชุมชนกลุ่มเปราะบางสามารถรับมือกับความขัดแย้ง ความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และแรงกระทบอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับการฟื้นฟูและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นในอนาคต
ก่อนเข้ารับตำแหน่งนี้ สตีเฟนดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายประจำหมู่เกาะแปซิฟิก (Division Director for the Pacific Islands) ของธนาคารโลก โดยกำกับดูแลโครงการมากกว่า 80 โครงการในภูมิภาค นับตั้งแต่เข้าร่วมงานกับธนาคารโลกในปี 2545 ในฐานะ Young Professional เขาดำรงตำแหน่งผู้นำในหลายภูมิภาค ได้แก่ แอฟริกา เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยุโรปและเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ รวมถึงตำแหน่ง ผู้จัดการประจำประเทศเซอร์เบีย (Country Manager for Serbia) และ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการประจำประเทศอัฟกานิสถาน (Operations Manager for Afghanistan)
สตีเฟน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ (Political Science and Public Policy) จาก Indiana University ประเทศสหรัฐอเมริกา













