ASEAN

กงสุลสหรัฐฯ เข้าพบผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ขอแนวทางช่วยเหลือหากมีชาวอเมริกันลี้ภัยมา ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ยืนยันจะดูแลทุกคนที่ข้ามมาฝั่งไทยอย่างดี

วันนี้ (1 เม.ย. 64) ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายแดเนียล เจคอบส์-ณาน หัวหน้าแผนกกงสุล สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่กงสุล เดินทางเข้าพบ นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขอรับทราบข้อมูลสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา มาตรการดูแลชาวอเมริกันที่อาจจะเดินทางมากับกลุ่มผู้อพยพ และแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อผู้อพยพ ตลอดจนแผนการรองรับผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงที่หลบหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำสาละวิน เข้ามาอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนในฝั่งประเทศไทย

นายแดเนียล เจคอบส์-ณาน หัวหน้าแผนกกงสุล สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้พูดคุยกับผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ว่าหากมีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย สถานกงสุลมีความกังวลว่าอาจมีส่วนหนึ่งเป็นชาวอเมริกันที่ไปทำงานในเมียนมา หรือเป็นคนเมียนมา เชื้อชาติอเมริกัน ที่อพยพหนีภัยมาด้วยแล้ว ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร

ด้าน นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตนได้ให้แนวทางกับผู้แทนสถานกงสุลไปเบื้องต้นว่า ทางจังหวัดจะมีมาตรการดูแลผู้ที่หนีภัยมาจากฝั่งเมียนมาอย่างเป็นระบบ ซึ่งรัฐบาลจะแจ้งแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนมาที่จังหวัดในเร็วๆ นี้ พร้อมยืนยันว่า จะดูแลทุกคนที่ข้ามมาฝั่งไทยอย่างดี

ซึ่งในขณะนี้จะยังคงให้ทหารตะเข็บชายแดนดูแลอยู่ แต่หากสถานการณ์เกินกำลังการดูแลของทหาร เช่น มีผู้อพยพมาจำนวนมากขึ้น หรือหนีภัยอยู่นานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทางจังหวัดจะรับมาดูแล โดยอาจมีการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับ และตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนของจังหวัด ให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่อยู่ อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค แต่หากสถานการณ์เกินความสามารถของจังหวัดก็จะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการสนับสนุนข้าวเครื่องเครื่องใช้และงบประมาณในการดูแล

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ผู้หนีภัยได้เริ่มทยอยเดินทางกลับ โดยเหลืออยู่ประมาณ 200 คน ส่วนใหญ่เป็น เด็ก สตรี และคนชรา ซึ่งน่าจะทยอยเดินทางกลับ ยอมรับว่ามีความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะมีความรุนแรงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันนี้ (1 เม.ย.) ได้ทราบข่าวว่ากองทัพเมียนมาประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือน ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าช่วงนี้จะไม่มีการสู้รบ

Related Posts