AROUND THAILAND

มท.3 สั่ง กปภ. บูรณาการโครงข่ายแหล่งน้ำเชื่อมโยงทุกจังหวัด พร้อมจัดหาแหล่งน้ำดิบเป็นของตนเองเพื่อให้ทุกหน้าแล้ง น้ำใส-ไหลไม่หยุด

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) นายสุกรี สะเต๊ะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) สาขาจันทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี มูลค่า 453 ล้านบาท ระยะทาง 49 กิโลเมตร ระหว่าง กปภ. กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามประสิทธิ์ ระยะเวลาดำเนินการ 15 พฤษภาคม 2556 ถึง 24 สิงหาคม 2563 เพื่อรองรับความต้องการการใช้น้ำของประชาชน และชุมชนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการขยายพื้นที่จ่ายน้ำไปให้บริการแก่ขมชนรอบนอก และรองรับประชาชนนอกเขตพื้นที่บริการที่มีความต้องการใช้น้ำประปาจากกปภ. เพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง กำลังการผลิตที่ใช้งานปัจจุบันใกล้เต็มศักภาพจึงต้องปรับปรุงและขยายกำลังการผลิต และระบบส่งจ่ายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อการให้บริการแก่ประชาชนในระยะยาว จึงได้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาจากเดิม ปริมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) /ชั่วโมง (ชม.) เป็น ปริมาณ 3,200 ลบ.ม./ชม.

ปัจจุบันโครงการนี้มีความคืบหน้า 85% โดยระบบท่อส่งน้ำประปาได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือในส่วนของระบบผลิตน้ำประปาที่อยู่การดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจากมีการขยายเวลาการก่อสร้างตามมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานอันเนื่องมาจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

รมช.มท. เปิดเผยว่าในการลงพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) สาขาจันทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ได้รับรายงานว่าโครงการนี้ใกล้จะแล้วเสร็จก็รู้สบายใจ เนื่องจากเป็นโครงการขยายกำลังการผลิตน้ำประปาเพื่อรองรับความต้องการการใช้น้ำของประชาชนและชุมชนที่เพิ่มขึ้นมา หากล่าช้าออกไปอีกจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนได้

ทั้งนี้ จากแนวโน้มความต้องการการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งครัวเรือน ภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งภาคธุรกิจ ได้เน้นย้ำให้ กปภ. มีการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง หรือการทำแก้มลิง เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ สำหรับเป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาต่อไป โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่น้ำอาจจะขาดแคลน ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในจังหวัดเสนอให้มีการจัดแหล่งน้ำสำรองโดยการขุดสระ พื้นที่ราว 300 ไร่ ลึก 20 เมตร เพื่อเก็บสะสมน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ที่สามารถรองรับได้ถึง 9 ล้านลบ.ม. จากปกติที่ใช้แหล่งน้ำจาก 2 เขื่อนหลัก คือ พลวง และคีรีธาร โดยเห็นว่าโครงการนี้อาจทำได้โดย กปภ. จัดหางบประมาณสำหรับการจัดซื้อที่ดิน ขณะที่การขุดสามารถใช้รูปแบบโครงการขุดสระแลกมูลดินได้ นอกจากนี้ ยังเสรอให้มีการการขุดลอกแม่น้ำจันทบุรี ที่ส่วนนี้ต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ เป็นต้น

รวมทั้ง กปภ. ต้องให้ความสำคัญการบูรณาการ โครงข่ายการผลิตน้ำประปาร่วมกัน อาทิ จันทบุรี ต้องสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายจังหวัดใกล้เคียงอย่างระยอง ตราด เป็นต้น และท้ายที่สุดคือการเป็นโครงข่ายเดียวกันทุกจังหวัดที่ กปภ. ให้บริการ และมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำประปาจะไม่ขาดแคลน และสามารถให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

นอกจากนี้ รมช มท. ยังได้ตรวจเยี่ยม กปภ.สาขาจันทบุรี พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการ สาขาจันทบุรี (Lab Cluster) ที่รับผิดชอบงานควบคุมดูแลคุณภาพน้ำของ 6 กปภ. สาขา ได้แก่ สาขาจันทบุรี และสาขาขลุง จังหวัดจันทบุรี สาขาปากน้ำประแสร์ และสาขาระยอง จังหวัดระยอง และสาขาตราดและสาขาคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งขอให้ความมั่นใจและยืนยันว่า น้ำประปาของ กปภ. ทุกสาขาได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย มีทีมเจ้าหน้าที่ (หมอน้ำ) ตรวจสอบในทุกขั้นตอนการผลิตจนส่งจ่ายถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึงทุกครัวเรือน

Related Posts