AROUND THAILAND

สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ และองค์การเครือข่าย เผาหนังสือพร้อมป้ายข้อความ หลังไม่มีตัวเเทนมารับข้อเรียกร้อง

สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย กลุ่มสหภาพแรงงานแยกรังสิตและใกล้เคียง มูลนิธิMpower และองค์การเครือข่าย เผาหนังสือที่มายื่นถึงรัฐบาลพร้อมป้ายข้อความ หลังไม่มีตัวเเทนมารับข้อเรียกร้องจากผู้ชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบ

วันนี้ (8 มี.ค. 64) เวลา 10.00 น. สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย กลุ่มสหภาพแรงงานแยกรังสิตและใกล้เคียง มูลนิธิ Mpower และองค์การเครือข่าย ปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาลร่วมกับกลุ่มพีมูฟ พร้อมชูป้ายข้อความถึงข้อเรียกร้องต่อนโยบายจากพรรคพลังประชารัฐ และสวัสดิการของกลุ่มชนชั้นแรงงาน กับสิทธิสตรี เนื่องในวันสตรีสากล

เนื้อหาการปราศรัยกล่าวถึง ข้อเรียกร้องในเรื่องค่าแรงการทำงาน สิทธิมารดาที่มีบุตร สวัสดีการ ทั้งในเรื่องการทำงาน วันลาคลอด อีกทั้งกฎหมายการทำแท้งให้ผู้ที่ท้องไม่พร้อมและการยุติการตั้งครรภ์ไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงการเข้าระบบสุขภาพ นโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ผ่านมาระยะกว่า 2 ปีแต่ยังไม่มีความชัดเจน

ในเวลา 11.10 น. เมื่อจบการปราศรัยได้มีการเปิดอ่านแถลงการณ์ถึงการมาปักหลักชุมนุมและข้อเรียกร้อง ทางผู้ปราศรัยให้เวลา 5 นาทีสุดท้าย ขอให้ตัวแทนภาครัฐมารับหนังสือเพื่อยื่นถึงนายกรัฐมนตรี ให้ทำการติดตามและแก้ปัญหาตามนโยบายของพรรค จนเมื่อหมดเวลาแล้วแต่ยังไม่มีการลงมารับเรื่อง จึงเกิดการเผาหนังสือพร้อมป้ายข้อความ หน้าทำเนียบฯ เพื่อแสดงถึงการที่รัฐบาลเพิกเฉยและไม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มชนชั้นแรงงานสตรี และจะเข้าร่วมปักหลักชุมนุมกลับกลุ่มพีมูฟต่อไป

ตัวแทนสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย กลุ่มสหภาพแรงงานแยกรังสิตและใกล้เคียง อ่านแถลงการณ์วันสตรีสากล วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2564 ใจความว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของคณะรัฐประหาร ได้แต่งตั้งบุคคลในเครือข่าย มีขั้นตอนที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ภายใต้ ม.44 ควบคุมจับขัง ผู้เห็นต่างทางการเมือง และอยู่ภายใต้อำนาจ คสช. ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความเห็นถึงรัฐธรรมนูญและเอื้อชนชั้นรัฐประหาร

ความล้มเหลวการบริหารประเทศที่ผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ของรัฐบาลทำให้ประชาชนและผู้ใช้แรงงานเดือดร้อนอย่างไม่ปรากฏมาก่อน ข้อเรียกร้องของที่ผู้ใช้แรงงานได้ยื่นแต่ละครั้งถูกเพิงเฉย และการตอบสนองแม้เป็นนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้หาเสียงไว้ก็ตามเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งเป็นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในช่วง โควิด-19 การสร้างหลักประกัน เศรษฐกิจ การเมือง สังคม แรงงาน ตามระบอบประชาธิปไตย

จึงขอทวงถามความคืบหน้าข้อเรียกร้องที่เคยได้เสนอต่อรัฐบาลและเสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเติมดำเนินการต่อไปดังนี้

1.รัฐบาลต้องจัดสรร งบประมาณสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชนอย่างมีคุณภาพ
2.แก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นประชาธิปไตยแท้จริง
3.รัฐบาลต้องให้การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 98 และ183
4.รัฐบางต้องปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงาน และโครงการมารดาประชารัฐ ตามที่พรรคพลังประชารัฐได้เคยหาเสียงไว้
5.รัฐบาลต้องเพิ่มวันลาคลอดบุตรเดิม 98 วันเป็น 180 วัน และสามีมีสิทธิลาไปดูแลภรรยาคลอดบุตรได้ 180 วัน โดยได้รับค่าจ้าง
6.รัฐบาลต้องผลักดันกฏหมายให้สตรีมีสิทธิทำแท้งได้อย่างปลอดภัยเมื่อไม่พร้อมมีบุตร
7.รัฐบาลต้องผลักดันกฏหมายเกี่ยวกับจ่ายเงินบำนาจแก่ผู้สูงอายุทุกคน เป็นเงิน 3,000 บาทต่อเดือน

Related Posts