‘ชัชชาติ’ เร่งโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สีทองให้ รฟม. ตามมติ ครม. ให้เสร็จก่อนต้นปีหน้า
‘ชัชชาติ’ เร่งโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สีทองให้ รฟม. ตามมติ ครม. ให้เสร็จก่อนต้นปีหน้ารับโครงการตั๋วร่วม แต่ กทม. ต้องสำรองจ่ายค่าเดินรถให้ก่อน 4 เดือนแรก
จากกรณีสภา กทม. มีมติรับทราบรายงานการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองของ กทม. ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 พร้อมแสดงความห่วงใยเรื่องเงินสะสมที่ กทม. จ่ายไปก่อนหน้านี้ และงบประมาณปี 70 ที่ตั้งเป็นค่าจ้างเดินรถไว้ โดย รฟม. จะต้องจ่ายคืนให้กับ กทม. จะเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ เพราะช่วงวิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมา กทม. ยังต้องจ่ายเงินค่าเยียวยาร่วมกับรัฐบาล นอกจากนี้หากรัฐบาลไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ กทม. กทม. จะมีแนวทางอย่างไรนั้น
ล่าสุดวันนี้ (6 พ.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นการทำตามมติ ครม. โดยมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่ายที่จะให้โอนเรื่องของรายรับและรายจ่ายไปให้ รายรับก็ให้ รฟม. รับผิดชอบไป ส่วนรายจ่าย กทม. ก็จะรับผิดชอบ ซึ่งจะมีส่วนต่างอยู่ คาดว่าดำเนินการได้เลย
อีกส่วนคงจะเป็นเรื่องของการโอนทรัพย์สินและหนี้สินต่าง ๆ ก็คงต้องมาตรวจสอบวิเคราะห์สถานะทางธุรกิจ (Due Diligence) ตามทำบัญชีมาตรฐานที่ สตง. รับรองว่าเงินมูลค่าทรัพย์สินที่ กทม. ถืออยู่มีเท่าไร ส่วนหนี้สินที่มีอยู่แล้วกับรถไฟฟ้า รฟม. ก็รับไปเลยโดยตรง ซึ่งขั้นตอนนี้เกิดขึ้นทีหลังได้คงเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นหลัก
เราคงต้องเอาความเห็นของสภา กทม. ที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องคู่สัญญาว่า รฟม. จะจ่ายเราหรือไม่ คงต้องไปดูตรงนี้ให้รอบคอบและเร่งดำเนินการเพราะเป็นมติ ครม. ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มตั้งแต่ ม.ค. ปีหน้า ต้องเร่งทำให้เสร็จโดยเร็ว เพราะจะมีผลต่อเรื่องของรายรับ ถ้าหาก รฟม. รับไปก็คงต้องดูส่วนต่าง เพราะตอนนี้สัญญาเป็นระหว่างบีทีเอสกับกรุงเทพธนาคม (KT) เพราะต้องดูว่าความรับผิดชอบจะเป็นอย่างไร หากดำเนินการล่าช้าจะมีดำเนินการอย่างไร คงต้องไปดูข้อกฎหมายนี้ให้ละเอียด
ส่วนค่าจ้างเดินรถรายเดือนที่ กทม. จะต้องจ่ายบีทีเอสนั้น ยังต้องจ่ายไปถึงเมื่อไร นายชัชชาติระบุว่า ตามมติ ครม. รฟม. จะต้องเป็นคนจ่าย แต่เข้าใจว่าอาจจะยังไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ จึงมีการตกลงในเบื้องต้นว่า กทม. จะดำเนินการจ่ายไปให้ก่อนเป็นระยะเวลา 4 เดือน จากนั้น รฟม. จะทยอยจ่ายคืนกลับมาให้ และหากมีงบประมาณตั้งได้หลังจากนั้น รฟม. ก็จะดำเนินการจ่ายทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ได้รายงานความคืบหน้าการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองของ กทม. ให้ รฟม. ซึ่งเป็นตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ให้แก่สภา กทม. รับทราบ ดังนี้
1.มอบหมายให้ กทม. เร่งรัดดำเนินการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ส่วนต่อขยาย และสายสีทอง ทั้งทรัพย์สินและภาระหนี้สินให้ รฟม. ตามขั้นตอนของกฎหมายและเสนอ ครม. เพื่อทราบ
2.รับทราบมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 68 เห็นชอบการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) โดยให้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐรายเดียว เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) ตลอดจนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงรายได้และภาระหนี้สินของโครงการดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากมติ ครม. ดังกล่าวได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเป็นคณะกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ 1.คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม 2.คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีการประชุมและมีมติเห็นชอบแนวทางการโอนโครงการรถไฟฟ้าฯ โดยมอบหมาย รฟม. จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การโอนโครงการให้แล้วเสร็จ และให้กรมการขนส่งทางรางเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย 2.คณะอนุกรรมการการประเมินมูลค่าหนี้สินและทรัพย์สิน 3.คณะอนุกรรมการประสานงานด้านเทคนิคการเดินรถและบริหารจัดการ
ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายได้ประชุม ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 69 พิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการโอนโครงการรถไฟฟ้าฯ ซึ่ง รฟม. ต้องรับผิดชอบหลังลงนามบันทึกข้อตกลงฯ แล้ว ดังนี้ 1.รฟม. เป็นผู้รับรายได้ค่าโดยสารและส่วนแบ่งรายได้เชิงพาณิชย์ 2.รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมและภาษี ภาระทางการเงิน ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ หาก รฟม. ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และ กทม. ได้ชำระค่าใช้จ่ายแทนไปก่อน รฟม. ตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคืนให้ กทม. ภายใน 4 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจเอ็มโอยู หากผ่านแล้วจึงจะเอ็มโอยูกับ รฟม. ดำเนินการต่อไป
3.การรับโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินและโอนสิทธิอสังหาริมทรัพย์ กำหนดให้หลังจากที่ รฟม. ได้ชำระค่าตอบแทนและภาระทางการเงินของโครงการแก่ กทม. ครบถ้วนตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แสดงความเห็นโดยถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด














