‘ศุภจี‘ ชี้ ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ข้าว – ยาง – มัน – ข้าวโพด
‘ศุภจี‘ ชี้ ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ข้าว – ยาง – มัน – ข้าวโพด เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว จับตา E20-B20 หนุนปาล์ม-อ้อย หวังรายได้เกษตรกรช่วยพยุงกำลังซื้อเศรษฐกิจฐานราก
วันนี้ (5 พ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาสินค้าเกษตรสำคัญของไทยหลายชนิดอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยโจทย์สำคัญจากนี้คือรักษาระดับราคาให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวนาปีที่เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวในหลายพื้นที่
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ราคาข้าวขณะนี้อยู่ในระดับสูง สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ต้องทำคือประคองราคาไม่ให้ลดลงในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าหาตลาดส่งออกเพิ่มเติม แม้ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้การแข่งขันในต่างประเทศยากขึ้น แต่รัฐบาลยังต้องดูให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้า ผู้ส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างสมดุล
“สิ่งที่เราจะต้องทำอย่างดีที่สุดก็คือ ทำให้เป็นราคานี้ต่อไปจนหมดระยะเก็บเกี่ยวข้าวนาปี เพราะข้าวนาปีกำลังมีการเริ่มเก็บเกี่ยวแล้วในบางพื้นที่” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ในส่วนของยางพารา ราคาอยู่ในระดับดีที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยมีแรงหนุนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางและความต้องการจากตลาดสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ จีน และประเทศอื่นๆ ซึ่งนำยางสดและยางแปรรูปของไทยเข้าไปใช้เป็นวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานของโลก ช่วยดันราคาภายในประเทศให้สูงขึ้น โดยด้านมันสำปะหลัง แม้ปริมาณผลผลิตยังมีข้อจำกัดจากปัญหาโรคใบด่าง แต่ราคาปัจจุบันอยู่ในระดับ 3 บาทกว่า และบางช่วงเกือบ 4 บาท กระทรวงพาณิชย์มองว่าปัญหาหลักจึงไม่ใช่เรื่องราคา หากแต่เป็นปริมาณผลผลิตและการจัดการโรคพืช ซึ่งต้องประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหาต้นทางต่อเนื่อง
ขณะที่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงขึ้นกว่า 9 บาท จากการบริหารจังหวะนำเข้าและดูสมดุลของทั้งระบบ เพราะหากควบคุมการนำเข้ามากเกินไปจนโรงงานอาหารสัตว์ขาดวัตถุดิบ จะดันต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น และส่งผ่านไปยังราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ กระทบผู้บริโภคในที่สุด
อย่างไรก็ตาม การดูแลสินค้าเกษตรไม่สามารถมองเฉพาะราคาปลายทางได้ ต้องกลับไปดูผลผลิตต่อไร่ คุณภาพ และต้นทุนของเกษตรกรด้วย โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังมีผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ และมีปัญหาเรื่องความชื้นที่ต้องให้ทั้งความรู้และเครื่องมือแก่เกษตรกรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต
นางศุภจี กล่าวอีกว่า อีกปัจจัยที่เริ่มมีผลต่อราคาสินค้าเกษตรคือมาตรการลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 ซึ่งช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานชีวภาพ และเพิ่มความต้องการวัตถุดิบในประเทศ ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งใช้ผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล
“ตอนนี้มีผลบ้างแล้ว เดี๋ยวจะมีการแถลงร่วมกันกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกษตรกรเห็นทั้งราคารับซื้อและปริมาณที่จะใช้ จะได้วางแผนได้ชัดเจนในระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะระยะสั้น” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี ระบุอีกว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเป็นเจ้าภาพหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมยานยนต์ และสมาคมรถจักรยานยนต์ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประชาชนว่าเชื้อเพลิงชีวภาพชนิดใดเหมาะกับเครื่องยนต์ประเภทใด และวางแนวทางเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานชีวภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ หากราคาพืชผลเกษตรอยู่ในระดับดีและผลประโยชน์ลงถึงเกษตรกร จะช่วยเพิ่มรายได้ของครัวเรือนในชนบท ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกำลังซื้อฐานราก แต่การดูแลต้องไม่ทำให้ต้นทุนอาหารและค่าครองชีพของผู้บริโภคเพิ่มสูงเกินไป จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลทั้งฝั่งผู้ผลิต โรงงาน และผู้บริโภค
นอกจากนี้ ในช่วงเสี่ยงภัยน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์ยังประสานผู้ผลิต ศูนย์กระจายสินค้า ห้างค้าปลีกและค้าส่ง ให้เพิ่มสต็อก เพิ่มรอบขนส่ง และเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันสินค้าขาดแคลน พร้อมติดตามห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้ปัญหาภัยพิบัติซ้ำเติมต้นทุนและกำลังซื้อของประชาชน














