‘บุ๋ม ปนัดดา‘ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ หลังมีข่าวออกหมายจับ ยัน ยินดีถูกตรวจสอบ
‘บุ๋ม ปนัดดา‘ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ หลังมีข่าวออกหมายจับ ยัน ยินดีถูกตรวจสอบ ห่วงครอบครัวขาดเสาหลัก ‘ทนายเพชร’ ยัน ปักหลักรอความชัดเจนที่บ้าน ชี้ เส้นเงินแก้ไม่ได้ – ขอต่อสู้ตามกฎหมาย
วันนี้ (5 พ.ย.69) เวลา 17.00 น. นางสาวปนัดดา ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และ นายเอกสิทธิ์ ประธานสภาทนายความจังหวัดชลบุรี เดินออกมาจากบ้านพักย่านนวมินทร์ เพื่อให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังมีกระแสข่าวว่าตำรวจออกหมายจับแล้ว
นายเอกสิทธิ์ สอบถามสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการออกหมายจับ หลังรับทราบรายงานตั้งแต่เวลา 11.00 น.ทำให้รู้สึกกังวล และหากมีหมายจับออกมาเรียบร้อยก็พร้อมยินดีเข้าสู่กระบวนการ
ขณะที่นางสาวปนัดดา เปิดเผยว่า ความรู้สึกขณะนี้หลากหลายอารมณ์ แต่พยายามเตรียมความพร้อมเรื่องใจของเรา และพยายามฝากลูกไว้กับคุณยาย เพราะลูกอายุ 4 ขวบ กับ 2 ขวบ เราเป็นเสาหลักของบ้าน รวมถึงห่วงน้องอันดาด้วย เรามีแค่แม่ ลูกคนเล็กอีก 2 คน และน้องอันดา จะดูแลกันอย่างไร เราก็เป็นห่วงกันแค่ตรงนี้ และกังวลมากที่สุด ส่วนตัวตนเองพร้อมพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องกังวลคือเรื่องการประกันตัวใช่หรือไม่ นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ตัวอย่างคดีที่ผ่านมาในลักษณะนี้ เราเข้าใจ แต่เราเชื่อว่าด้วยการแสดงเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา การยึดมั่นในหลักกฎหมาย การแสดงตัวต่าง ๆ ที่เราพยายามทำ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ และตามกฏหมายของเรา แต่ถ้าหากศาลจะไม่อนุญาตหรืออย่างไรก็แล้วแต่ เรายินดี และพร้อมยอมรับทุกอย่าง
ส่วนอยากสื่อสารหรือบอกอะไรกับสังคม นางสาวปนัดดา กล่าวว่า “คงไม่มีคำอื่นนอกจากคำว่าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่ทำให้รู้สึกอะไรแย่ ๆ หลาย ๆ อย่าง ขอโทษคณะกรรมการมูลนิธิด้วย คนที่รักและเชื่อมั่นไม่มี อะไรคำอื่นนอกจากคำว่าขอโทษจริงๆ แต่อะไรที่ผิด บุ๋มก็ว่าไปตามผิดแค่นี้เอง”
นายเอกสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า การตอบคำถามครั้งนี้ เป็นการยอมรับผิดแต่ฝ่ายเดียว เนื่องจากกรรมการคงลำบากใจ ซึ่งคำว่าผิด เราไม่เคย ปฏิเสธความรับผิดตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว แต่ความรับผิด มีหลายแบบ ผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ ผิดอยู่แล้ว ผิดที่จะต้องชดใช้มูลนิธิ ผิดอยู่แล้ว แต่ผิดอาญาข้อหายักยอกหรือฉ้อโกง ตนเองก็ดูข้อเท็จจริงอยู่ แต่ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิด การที่เรายอมรับผิด คือยอมแบบนี้
ส่วนที่คนใกล้ตัวไปแจ้งความตนเองนั้น นางสาวปนัดดา กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา
ขณะนายเอกสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า ยินดีรับการตรวจสอบทุกประการ หลักฐานเรื่องเส้นเงิน เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของตำรวจ ไม่ว่าได้ทนายความเก่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถแก้ได้ ตนเองจึงบอกกับนางสาวปนัดดาว่า ให้พูดความจริงกับพนักงานสอบสวน และตำรวจ
เมื่อถามว่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่ตั้งมูลนิธิจนถึงตอนนี้ ก้าวพลาดมาแต่แรกหรือไม่ นางสาวปนัดดา กล่าวว่า ไม่นะ
นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า วันแรกเจตนาดี แต่หลังจากนั้นอย่างไร ตนเองไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เกิดจากสาเหตุอะไร เป็นความตั้งใจหรือผิดพลาด นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า หากจะให้อธิบายว่าประมาท ตั้งใจ หรือผิดพลาด คงจะยาว
เมื่อถามว่า การออกมารับผิดตอนนี้ย้อนแย้งหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้บอกว่าไม่รู้และไม่ทราบ แต่ตอนนี้บอกว่ารับผิดเพียงคนเดียว นายเอกสิทธิ์ ระบุว่า คำว่าผิดหรือไม่ผิด ในความเข้าใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่าเขาไม่ผิด คือไม่ได้โกง แต่หากผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ เราเป็นทนาย ก็อธิบายให้ฟังว่า สิ่งที่คิดว่าไม่ผิด เขาก็มีส่วนผิดนะ เป็นสิ่งที่ตนเองอยากจะสื่อสาร
เมื่อถามถึงการตำหนิทนายเปิ้ลในรายการโหนกระแสวันนี้นั้น นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ตำหนิทนายคนอื่น เราเป็นทนายความ ตนเองเชื่อว่าเขาไม่ผิด และบอกแล้วว่า ไม่ควรพูดอะไรเยอะ ในเมื่อเป็นกระแสของสังคมอยู่ เราพูดด้วยเหตุผล หลักฐานเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครฟัง ไปอ่านคอมเมนท์ได้ และตนเองเคยไปออกรายหารโหนกระแสเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เรื่องการยิงกันโรงพักหลักสอง เพื่อนทนายความตนเองถูกยิง ได้ให้ไปข่าวกับสื่อว่าการยิงครั้งนั้นไม่สมควร แต่เราถูกสื่อหรือชาวบ้านโจมตีว่า สมควรโดนยิงแล้ว หรือตนควรโดนยิงเอง การที่เราชนะในกระแสสื่อ หรือกระแสข่าว เป็นคนละเรื่องกับการที่เราชนะหรือความยุติธรรมในชั้นศาล ซึ่งคดีนั้นคนยิงก็ถูกโทษจำคุกตลอดชีวิตทั้งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ปัจจุบันรอคำสั่งศาลฎีกาอยู่ เป็นสิ่งที่ตนเองพยายามบอกกับนางสาวปนัดดา และสื่อทุกคนว่า ไม่ใช่ว่าตนเองไม่เข้าใจการทำงานของสื่อ ตนเองต้องยอมรับการตรวจสอบของสื่อ เพราะนี่คือประโยชน์สาธารณะ แต่บางครั้ง เมื่อกระแสเป็นแบบนี้ การต้องไปพูดตอบโต้หลักฐานในชั้นสื่อ มันอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ เป็นสิ่งที่ตนเองบอกนางสาวปนัดดาไว้
นายเอกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าหมายจับออกหรือยังไม่ออก หากเราขับไป แล้วโดนระหว่างทาง และมีคนบอกว่า กำลังเตรียมหนี หรือโดนจับระหว่างเตรียมหนี เราจึงรออยู่ตรงนี้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงเรื่องความเข้มแข็งตอนนี้ นางสาวปนัดดา กล่าวว่า ”กำลังใจที่ยังมีให้มา ความเข้าใจ และหลาย ๆ คนที่ไม่ซ้ำเติม เป็นสิ่งที่อยากขอบคุณมาก ๆ และลูกสาวก็คอยให้กำลังใจตลอด ขอบคุณมาก ๆ“ ก่อนที่ทั้งคู่ จะยุติการให้สัมภาษณ์ และกลับเข้าไปทันที














