‘สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ’ ร้อง ก.พลังงาน ลดราคาน้ำมัน ยก 10 ข้อเรียกร้อง ให้เวลา 2 เดือนแก้ปัญหา
‘สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ’ ร้อง ก.พลังงาน ลดราคาน้ำมัน ยก 10 ข้อเรียกร้อง ให้เวลา 2 เดือนแก้ปัญหา ขู่ยกระดับการชุมนุม ขณะ ‘โอ๋ สุดซอย’ รับหนังสือ พร้อมแจงความคืบหน้าคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ยันติดตามต่อแน่นอน
วันนี้ (4 พ.ย. 69) นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 13 สมาคม ยื่นหนังสือถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยได้มอบหมายให้ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าทีมสุดซอย รับหนังสือแทน

นายทองอยู่ กล่าวว่าวันนี้มาเพื่อติดตามทวงถามหลายเรื่องที่เคยยื่นถึงนายกรัฐมนตรีไปแล้ว โดยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยทั้ง 13 สมาคม และภาคีเครือข่าย รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ เราน้อยใจมากที่รัฐบาลลักหลับในช่วงที่น้ำท่วม ขึ้นราคาน้ำมัน 8.20 บาท ทำให้พวกเราเดือดร้อน และต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้นมาก โดยการยื่นหนังสือจะมีข้อเสนอเดิม และข้อเสนอใหม่ รวมทั้งสิ้น 10 ข้อ ดังนี้
1.ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 35 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 1 ปี
2.ปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันและพลังงานทั้งระบบ
3.ยกเลิกต้นทุนสมมติ ต้นทุนอ้างอิงที่สมมติทั้งหมด ซึ่งบางเรื่องทำไปแล้ว และบางเรื่องกำลังทำอยู่
4.การปรับราคาอย่าทำให้ประชาชนตกใจ ครั้งนี้อยากให้ค่อยปรับ ค่อยเป็นค่อยไป
5.ควรจะปรับลดภาษีสรรพสามิตให้เหลือ 5% ต่อลิตร ตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ในอดีตเคยทำมา ทำไมรัฐบาลอนุทินถึงทำไม่ได้ ทั้งที่ในสถานการณ์ก่อนก็ทำได้
6.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำหนดค่าการกลั่นไว้สูงถึงประมาณ 7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงเกินไปเมื่อเทียบกับในอดีตที่เคยกำหนดไว้เพียงราว 2.80 บาทต่อบาร์เรล การกำหนดราคาเช่นนี้ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนโรงกลั่นอย่างชัดเจน
7.ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ประกาศควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุม
8.หาคนรับผิดชอบ หาไอ้โม่งให้เจอว่าน้ำมันหายไปไหน 700 กว่าล้านลิตร
9.ควรยุบหรือยกเลิกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
10.เราไม่มีคลังน้ำมันสำรองของชาติ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นเราจึงต้องมีเพื่อความมั่นคงเพื่อพลังงาน
นายทองอยู่ ระบุว่าการชุมนุมในนี้เป็นการยกระดับจากทรัคพาวเวอร์ที่จังหวัดชลบุรี หากยังไม่ได้คำตอบ จะยกระดับการชุมนุมขึ้น หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีในช่วงเดือนธันวาคมแล้ว เราให้เวลารัฐบาลในช่วงพฤศจิกายนและธันวาคม จำนวน 60 วัน ให้แก้ปัญหาเรื่องวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน อย่าบริหารราชการแผ่นดินในช่วงวิกฤตแบบนี้ เพื่อเอื้อต่อกลุ่มทุนพลังงาน นายทุนพลังงาน และธุรกิจพลังงานที่ร่ำรวยขึ้นมาทุกวัน แต่ประชาชนยากจนลง
นายทองอยู่ ยกตัวอย่างข้อเรียกร้องว่าอยากให้ตามหาไอ้โม่ง เพราะเป็นรัฐบาลมาเกือบปีแล้ว มีแต่แย่ลง จึงขอให้ตามหามาให้ได้ เพราะเอาเงินของประชาชนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอยู่ต้องมีความรับผิดชอบ เราทำจากเบาไปหาหนักเสมอ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปแล้ว เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะน้ำมันหายไม่น้อยกว่า 700 ล้านลิตร

สำหรับการยกระดับก็ต้องมีการประชุมคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ก่อน โดยมีหลายวิธี แต่โดยไอเดียของตนเองนั้น อาจจะร่วมกับอีกกลุ่ม หรือจัดขบวนใหญ่มากกว่า 1,000 คัน เข้ามาถึงกรุงเทพฯ แต่เราไม่อยากทำ เพราะไม่อยากสร้างวิกฤตจราจรให้กับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าเรายกระดับแน่นอน หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย และข้อเรียกร้องรัฐบาลทำได้ทุกข้อ
“ฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า ท่านเป็นคนรุ่นใหม่ อนาคตทางการเมืองยังไกล ท่านมีความกล้า แต่ผมว่าเพิ่มความกล้าหน่อย ท่านมีทีมงาน ‘โอ๋ สุดซอย’ แต่ทุกวันนี้เดินมาครึ่งซอย” นายทองอยู่ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกนั้น เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เราควบคุมไม่ได้ มองว่าหากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งได้เสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้อีก จะบ้าอำนาจมากกว่าเดิม ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างแน่นอน ย้ำว่าเป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุมของพวกเรา และประเทศไทย
นายทองอยู่ ย้ำว่าทุกอย่างทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะภาคขนส่งและโลจิสติกส์ ดังนั้น หากเขาเสนออะไรที่ให้เฉพาะพวกเรา เราไม่เอา แต่ต้องทำให้ประชาชนทั้งประเทศอยู่ดีมีสุข
ส่วนกรณีที่ผ่านมามีการลดราคาน้ำมันไปแล้วบางส่วนนั้น นายทองอยู่ ระบุว่ารัฐบาลฉลาด ตอบเลี่ยง ๆ คู ๆ การลดภาษีสรรพสามิต B20 และ E20 ซึ่ง B20 มีคนใช้ทั้งประเทศวันหนึ่งเฉลี่ยไม่เกิน 3 ล้านลิตร ก็พยายามกระตุ้นให้ได้ 9 – 10 ล้านลิตร ซึ่งมันยาก ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนั้นการไปลดภาษีสรรพสามิตเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน และประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ยังไม่ตอบโจทย์ ดังนั้นรัฐบาลต้องกลับไปทบทวน
ส่วนการลงนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อถอนต้นทุนทิพย์นั้น นายทองอยู่ มองว่าหลายปีที่ผ่านมาที่ไปให้กลุ่มธุรกิจพลังงานเอาคืนได้หรือไม่ ต้นทุนทิพย์เป็นกระพี้ เวลาทำต้องทำที่แกน ทำที่กระพี้แก้อะไรไม่ได้ ตอนนี้เข้าใจรัฐมนตรีว่ามีแรงเสียดทาน แรงกดดันมากพอสมควร ดังนั้นต้องใช้ความกล้าความรู้ความสามารถ และอนาคตทางการเมืองกล้าที่จะยืนเคียงข้างประชาชน
นายทองอยู่ ย้ำว่าตอนนี้ที่ทำอยู่เหมือนขยับเข้าไปในซอย และต้องอัดกลุ่มทุนพลังงานให้สุดซอย อย่าลูบหน้าปะจมูก ต้องทำจริงอย่าเกรงใจ มีประชาชนอยู่ข้างหลัง ย้ำว่ามาไม่มีการเมือง
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่าวันนี้ได้หนังสือจากดีเอสไอมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมในการกักตุนเก็งกำไร เอาเปรียบประชาชน ในช่วงเดือนมีนาคม จำนวน 24 ราย ซึ่งรวมไปถึงผู้ประกอบการมาตรา 7 ที่เข้าข่ายด้วย โดยทั้ง 6 ราย ได้รับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว และสัปดาห์หน้าได้เชิญดีเอสไอหารือที่กรมพลังงานว่าขาดข้อมูลเอกสารอะไรบ้าง ทั้งหมดเพื่อให้การดำเนินคดีรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และจะตามจนกว่าจะลากตัวไอ้โม่งเข้าคุกได้ ยืนยันว่าจะตามต่อแน่นอน เราจริงใจที่จะแก้ปัญหา
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยมีการวางโลงศพ และวางดอกไม้จันทน์ เพื่อฌาปนกิจนายทุนเขมือบประเทศ















