‘เฉลิมพงศ์’ ตั้งกระทู้ถามสดน้ำท่วมดินโคลนถล่มภูเก็ต จี้ ออกหลักเกณฑ์เยียวยาพิเศษ ‘วรศิษฏ์’ เร่งทำแผนระยะยาวเบี่ยงทางน้ำ
‘เฉลิมพงศ์’ ตั้งกระทู้ถามสดน้ำท่วมดินโคลนถล่มภูเก็ต จี้ ออกหลักเกณฑ์เยียวยาพิเศษ-แก้ไขกฎหมายขุดดินพื้นที่เสี่ยง เหน็บผู้ว่าฯ บินนอกอ้างติดภารกิจช่วงภัยพิบัติ ‘วรศิษฏ์’ เร่งทำแผนระยะยาวเบี่ยงทางน้ำ พร้อมใช้ประกันภัยพิบัติแห่งชาติจ่ายเยียวยาเบื้องต้น 1 หมื่นบาท
วันนี้ (29 ต.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เรื่องน้ำท่วมดินโคลนถล่ม จ.ภูเก็ต ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้แทน
นายเฉลิมพงศ์กล่าวว่าตนเองรู้สึกเสียดายและเสียใจที่นายกฯ ไม่ได้มาตอบกระทู้ด้วยตนเอง แม้ท่านจะมอบหมายรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานแต่ละงานแล้ว แต่ด้วยเหตุผลที่ตนเองตั้งกระทู้ถามนายกฯ วันนี้ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ภัยพิบัติ แต่ตนเองต้องถามถึงอนาคตของ จ.ภูเก็ต การฟื้นฟูเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศ ซึ่งตนเองคิดว่าคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือนายกฯ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา จากกรณีที่ฝนตกหนักทำให้มีน้ำป่าไหลหลากสู่หมู่บ้าน ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติติดอยู่ในโรงแรม แม้จะมีการเคลียร์พื้นที่แล้ว แต่วันนี้กลับเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง เราห้ามฟ้า ห้ามฝน ห้ามธรรมชาติไม่ได้ ซึ่งตนเองเชื่อว่าเราเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ดีกว่านี้ เพราะรัฐบาลมีเครื่องมือ มีข้อมูลอยู่ในมือ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วกลับไม่ทันท่วงที
ตนเองจึงอยากถามว่ารัฐบาลออกหลักเกณฑ์เยียวยาพิเศษให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เจ้าของรถยนต์ รวมถึงผู้เช่าและผู้เช่าช่วงที่หลักเกณฑ์ปัจจุบันไม่ครอบคลุมได้หรือไม่ จะประกาศได้วันไหน รัฐมีแผนที่พื้นที่เสี่ยงแต่ทำไมป่าตองยังไม่มีระบบเตือนภัยดินถล่มที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่สีแดง ตนเห็นด้วยกับคำพูดของนายกฯ ที่เคยบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคือแม่ทัพในการแก้ไขภัยพิบัติ จึงขอถามว่าในช่วงที่ภูเก็ตประกาศภัยพิบัติ เหตุใดผู้ว่าฯ ภูเก็ตจึงมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ท่านมีภารกิจอะไรสำคัญไปกว่าเหตุการณ์นี้ หลังเหตุการณ์นี้ไปแล้วกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้ผู้ว่าฯ กลับมาบัญชาการในพื้นที่หรือไม่
หากรัฐบาลอ้างว่าขาดงบประมาณในการลงพื้นที่ภูเก็ต แต่ภูเก็ตหารายได้ให้ประเทศเป็นอันดับ 2 นี่คือการน้อยเนื้อต่ำใจของคนภูเก็ต ผู้ว่าฯ ภูเก็ตกลับมาจากภารกิจที่จีน รู้แล้วว่าภูเก็ตฝนตก ท่านสามารถยกเลิกภารกิจที่เกาหลีหรือมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ ไปแทนได้ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่สามารถรอได้ เพราะแม่ทัพไม่อยู่ ขนาดนายอำเภอบ้านสร้างยังโดนสั่งย้าย ตนก็จะรอดูว่าที่นายกฯ พูดว่าผู้ว่าฯ คือแม่ทัพนั้น นายกฯ อนุทินจะทำอย่างไร ส่วนการจะถมดินและการขุดดินบนภูเขานั้น แค่แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ได้หมายความว่าขออนุญาต ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบรับแจ้งภายใน 7 วัน และกฎหมายแบบนี้ไม่ได้คัดกรองอะไรเลย
ฉะนั้นจึงอยากถามว่าการขุดดิน ถมดิน ก่อสร้างบนภูเขาต้องแจ้งท้องถิ่นที่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย แล้วกระทรวงฯ จะตรวจสอบใบรับแจ้งเหล่านี้ในพื้นที่สีแดงต่าง ๆ อย่างไร แล้วจะสามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้หรือไม่ หากพบการเบี่ยงทางน้ำโดยมิชอบจะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างไร จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิดหรือไม่ จะเสนอให้มีการทบทวนการเปิดหรือการก่อสร้างในเขตที่กรมทรัพยากรธรณีระบุว่ามีความเสี่ยงสูง จะแก้ไขกฎหมายในการขุดดิน ถมดินในพื้นที่เสี่ยงต้องขอใบอนุญาตพร้อมผลศึกษาทางวิศวกรรมแทนแค่การแจ้งหรือไม่
อยากฝากถึงรัฐบาลว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างรายได้ในประเทศเป็นอันดับต้น ๆ แต่วันนี้ภูเก็ตต้องอยู่แบบหวาดระแวง หนีขึ้นเขาก็เจอดินสไลด์ หนีลงทะเลก็กลัวเจอคลื่นยักษ์สึนามิ เมืองเติบโตไปข้างหน้า โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ระบบเตือนภัยและการดูแลของรัฐยังตามไม่ทัน หากรัฐบาลยังแก้ไขแบบเดิมคือการส่งเครื่องจักรเข้าไปตักโคลน ถ่ายรูปแล้วรอเหตุการณ์ครั้งต่อไป ซึ่งสิ่งที่คนภูเก็ตต้องการไม่ใช่คำปลอบใจ แต่เขาต้องการระบบเตือนภัยที่มาก่อนภัย เงินเยียวยาที่ถึงมือคนที่เสียหายทุกคนจริง ผู้ว่าฯ ที่ควรอยู่กับประชาชนในวันนี้เขาไปไหน และวันนี้ตนอยากฝากถามถึงเรื่องการฟื้นฟู การเยียวยา การจัดระเบียบทางน้ำและแผนป้องกันระยะยาว พร้อมทั้งอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ขอให้รัฐมนตรีตอบให้พี่น้องประชาชนชาว จ.ภูเก็ตได้คลายข้อสงสัยว่าภายใน 30 วันนี้ท่านจะสามารถดำเนินการได้ตามมาตรการดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและคนภูเก็ตต้องได้รับการดูแลอย่างสมศักดิ์ศรี
นายวรศิษฎ์ชี้แจงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ดินสไลด์ น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งตามแผนที่ภูเก็ตเป็นพื้นที่เขามีการขยายตัวของเมืองค่อนข้างเยอะและรวดเร็ว ทำให้ระบบรองรับตามไม่ทัน เราพยายามสร้างระบบอยู่และไม่สามารถบอกได้ว่าดินสไลด์จะมาเมื่อไรกี่โมง ซึ่งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาทุกจังหวัดภาคใต้ติดตามสถานการณ์ฟ้าฝนมาโดยตลอด เพราะเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด แต่พบว่าสาเหตุเกิดจากบริเวณด้านบนมีฝายและน้ำไหลลงไปยังฝายปริมาณมาก ทำให้ฝายเสียหาย น้ำไหลไปยังทิศทางที่ไม่อยากให้ไป จึงเป็นสาเหตุให้น้ำและดินไหลลงมา
สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงเทศบาลได้พยายามแก้ไขในสถานการณ์ที่ฝนตกตลอดเวลา โดยได้พยายามเบี่ยงน้ำที่ลงจากเขาให้เข้าสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น และจะเร่งดำเนินการเยียวยาภัยพิบัติ โดยหลัง 1 ต.ค.69 รัฐบาลได้ประกาศใช้ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยมีหลักเกณฑ์ว่าเมื่อเกิดอุทกภัยและบ้านเรือนเสียหาย ไม่จำเป็นต้องรอ 7 วัน ทั้งเจ้าบ้านหรือผู้เช่าที่จะเข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ที่รัฐบาลทำไว้เบื้องต้น 10,000 บาท ไม่ว่าน้ำจะไหลมาท่วม 1 หรือ 2 วัน หลังจากนี้จะมีการประเมินความเสียหายตามจริงเพิ่มเติมที่รัฐบาลจะเติมให้ แม้ไม่สามารถชดเชยทุกสิ่งได้แต่รัฐบาลจะพยายามชดเชยให้ ยืนยันว่าการประกาศให้ จ.ภูเก็ตเป็นพื้นที่ประสบภัยไม่ได้กระทบต่อเงื่อนไขในการเยียวยา
ส่วนที่นายเฉลิมพงศ์สอบถามถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้น นายวรศิษฎ์ยืนยันว่ามีหนังสือแจ้งภารกิจประชุมนโยบายการท่องเที่ยวนโยบายระหว่างเกาะและงาน ITOP Island Travel Mart (IITM) 2026 ที่ประเทศเกาหลีใต้ล่วงหน้า ย้ำว่าไม่ได้จะแก้ต่างและเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยืนยันว่าหน่วยงานสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับการขุดปรับพื้นที่ในพื้นที่เสี่ยงและการอนุญาตในพื้นที่เสี่ยง พบว่ามีการขุดดินซึ่งตนเห็นและได้สอบถามไปยังพื้นที่ว่าขุดได้อย่างไร ซึ่งเทศบาลได้ระงับการกระทำดังกล่าวแล้ว แต่จะต้องไปดูตามข้อกฎหมายว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ส่วนโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงจุดที่มีดินสไลด์ต้องไปดูการขออนุญาต ยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามต้องให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนก่อนและต้องมาดูระบบสาธารณูปโภครวมถึงจุดอื่น ๆ ที่ปรับแก้ไขต่อไปด้วย
แผนในการแก้ไขปัญหาระยะยาวแบ่งเป็น 2 ส่วน 1. ส่วนระบายน้ำและ 2. ดินสไลด์ เช่น สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ซึ่งมีน้ำท่วมขัง ตนไม่ได้นิ่งเฉยแต่อยู่ระหว่างการศึกษาระบบการระบายน้ำและการออกแบบ เนื่องจากการขยายตัวของเมืองทำให้การระบายน้ำลดประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามได้มีการออกแบบใหม่แล้วเสร็จและจะดำเนินการก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งพบอุปสรรคระหว่างการก่อสร้าง ทำให้ก่อนเริ่มดำเนินการต้องลงพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจนต้องมาตามแก้ในภายหลัง
ขณะที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ายังมีน้ำท่วมขังอยู่ อย่างไรก็ตามการก่อสร้างเพื่อแก้ไขปัญาน้ำท่วมที่มีงบประมาณลงไปเพื่อดำเนินการแล้วในส่วนที่ 1 และจะดำเนินการในส่วนที่ 2 ซึ่งยังไม่สามารถช่วยระบายน้ำได้ 100% เพราะเป็นเมืองเก่า จึงต้องไปหาวิธีการเพื่อปิดงานในส่วนนี้ให้ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ตอีกประมาณ 5%
สำหรับเหตุดินสไลด์ได้หารือกับกรมทรัพยากรธรณีพบว่าข้อมูลไม่ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้หารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำระเบียบในพื้นที่เสี่ยงเพื่อของบประมาณไปในพื้นที่มากที่สุด ส่วนปัญหาเรื่องน้ำป่าไหลหลากจะต้องมีเครื่องมือแจ้งเตือนเพื่อรับมือสถานการณ์ เนื่องจากน้ำมีระยะเวลาในการไหลลงมา ซึ่งหากท้องถิ่นไหนเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนสามารถประสานจังหวัดเพื่อดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยใช้งบที่มีอยู่เพื่อให้ชาวภูเก็ตมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ขณะที่การเยียวยามีการเปลี่ยนจากเงินรัฐบาลมาเป็นเงินของประกันนั้น เรามีการตั้งศูนย์รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว แต่การเปิดระบบใหม่ประชาชนอาจมีความสับสน ดังนั้นเบื้องต้นจะใช้โมเดลที่จังหวัดลำพูน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือ คปภ. บริษัทประกันและพื้นที่เดินตามบ้านเพื่อลงทะเบียน ลงข้อมูลคาดว่าไม่เกิน 2 วันจะเรียบร้อยและประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุด














