‘ยิ่งชีพ’ ยื่นประธานศาลฎีกา ขอให้ศาลยกฟ้องคดี ‘อนุทิน’ ฟ้องหมิ่นประมาท ปมเปิดข้อมูลฮั้ว สว.
‘ยิ่งชีพ iLaw’ ยื่นประธานศาลฎีกา ขอให้ศาลยกฟ้องคดี ‘อนุทิน’ ฟ้องหมิ่นประมาท ปมเปิดข้อมูลฮั้ว สว. ชี้เข้าข่ายฟ้องคดีโดยไม่สุจริต สร้างภาระ-ความหวาดกลัวประชาชนที่เปิดเผยข้อมูลทุจริต
วันนี้ (29 ต.ค. 69) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหนังสือต่อประธานศาลฎีกา ขอให้กำกับดูแลการปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 โดยขอให้ศาลอาญาสั่งยกฟ้องคดีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฟ้องหมิ่นประมาทนายยิ่งชีพ เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ซึ่งสร้างภาระและความหวาดกลัวให้ประชาชนที่เปิดเผยข้อกล่าวหาการทุจริต
คดีดังกล่าวเกิดจากกรณีที่นายอนุทินมอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีที่นายยิ่งชีพแถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 หลังยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ขอให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบว่าบุคคลในรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อปี 2567 หรือไม่ เนื่องจากบุคคลหลายคนในคณะรัฐมนตรีรวมถึงนายอนุทินซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีชื่อเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ในการยื่นหนังสือครั้งนั้น iLaw ได้ส่งมอบข้อมูลส่วนหนึ่งให้ฝ่ายค้านนำไปตรวจสอบต่อ พร้อมแถลงสรุปข้อมูล โดยขอให้ตรวจสอบนายอนุทิน เนื่องจากมีข้อเท็จจริงจากพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว.ว่าได้ขอให้นายอนุทินช่วยเหลือและนายอนุทินให้หมายเลขโทรศัพท์ของนางสาวสุขสมรวย วันทนียกุล เพื่อใช้ติดต่อพูดคุยต่อ โดยขณะนั้นนางสาวสุขสมรวยดำรงตำแหน่ง สส.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากพยานเกี่ยวกับกรณีที่นายอนุทินนั่งร่วมโต๊ะกับนายเนวิน ชิดชอบและ สว.หลายคนที่โรงแรมพูลแมน ในวันที่มีผู้ได้รับเลือกเป็น สว.จำนวนหนึ่งไปประชุมหารือเรื่องการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา โดยนายยิ่งชีพระบุว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีแหล่งที่มา
ก่อนหน้านี้หลังได้รับหมายเรียกจากศาลอาญาในคดีนี้ นายยิ่งชีพได้ยื่นหนังสือต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาขอให้สั่งยกฟ้อง โดยเห็นว่าเข้าลักษณะการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 ข้อ 2 (2) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องคดีเพราะจำเลยเรียกร้องหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและข้อ 2 (3) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องคดีเพราะจำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริตหรือประพฤติมิชอบพร้อมขอให้ศาลพิจารณาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 สั่งยกฟ้องทันทีโดยไม่จำเป็นต้องนัดไต่สวนมูลฟ้องอีก
นายยิ่งชีพระบุว่าการยื่นหนังสือต่อประธานศาลฎีกาในวันนี้เป็นการขอให้กำกับดูแลการปฏิบัติตามคำแนะนำที่ประธานศาลฎีกาเป็นผู้ออกเนื่องจากเห็นว่าคดีนี้เป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีดำเนินคดีกับประชาชนจากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ เพื่อก่อกวน ข่มขู่ คุกคามและสร้างความยากลำบากเดือดร้อนแก่จำเลยรวมถึงกดดันให้หยุดเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตในการเลือก สว.ซึ่งเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามปกติและเป็นสิ่งที่ประชาชนพึงกระทำเมื่อพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต
นายยิ่งชีพกล่าวว่าการยกฟ้องคดีนี้ไม่ได้เป็นไปเพียงเพื่อประโยชน์ของจำเลยแต่ยังเป็นการรักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายและคำแนะนำของประธานศาลฎีกาที่มีผลใช้บังคับแล้วเพื่อไม่ให้ศาลหรือกระบวนการยุติธรรมกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่มีอำนาจและสามารถใช้การฟ้องคดีสร้างภาระและความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน














