‘สุชาติ’ มอบเกียรติบัตรยกย่อง ‘พิชัย’ ผู้แจ้งค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อ อายุ 120 ล้านปี
‘สุชาติ’ มอบเกียรติบัตรยกย่อง ‘พิชัย’ ผู้แจ้งค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของอุดรธานี อายุ 120 ล้านปี ชี้ เป็นความตื่นเต้นของคนไทยทั้งประเทศ เตรียมศึกษาต่อในห้องแล็บ พร้อมวางแผนอนุรักษ์แหล่งค้นพบ
วันนี้ (22 ต.ค. 69) เวลา 15.30 น. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ นายพิชัย ประเทศเสนา เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้แจ้งเบาะแสการค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี ในพื้นที่อำเภอบ้านผือ ซึ่งมีอายุประมาณ 120 ล้านปี หลังกรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบและยืนยันผลทางวิชาการ
นายสุชาติกล่าวว่าการค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่เฉพาะคนอุดรธานีแต่เป็นความตื่นเต้นของคนไทยทั้งประเทศ เนื่องจากจังหวัดอุดรธานียังไม่เคยค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อมาก่อน อีกทั้งรอยที่พบมีความสมบูรณ์และผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อ ซึ่งนับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญสำหรับการศึกษาวิจัยต่อยอดด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ของประเทศไทย
นายสุชาติกล่าวขอบคุณนายพิชัยและเพื่อนอีก 3 คนที่ร่วมสังเกตและแจ้งเบาะแสสิ่งที่คาดว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ พร้อมชื่นชมว่าเป็นผู้ที่ช่างสังเกตและมีส่วนสำคัญทำให้ประเทศไทยค้นพบแหล่งซากดึกดำบรรพ์เพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง รวมถึงขอบคุณผู้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีที่เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ
“การที่ได้แจ้งเบาะแสต่าง ๆ นั้น ถ้าเป็นข้าราชการหรือเราไม่มีการใส่ใจกับการแจ้งข้อมูลข่าวสาร อาจจะปล่อยผ่านไปเลยไม่เข้าไปดู แล้วก็ทำให้เราไม่ได้ค้นพบรอยเท้าหรือรอยตีนไดโนเสาร์นี้” นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติกล่าวว่ารักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้หารือกับตนเองและปลัดกระทรวงฯ เกี่ยวกับการเชิญนายพิชัยมาพบเพื่อมอบประกาศเกียรติบัตรและให้เกียรติด้วยตนเองในฐานะรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่ากระทรวงควรบันทึกข้อมูลให้ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นผู้แจ้งเบาะแสเพื่อให้เกียรติแก่ผู้มีส่วนสำคัญในการค้นพบครั้งนี้
สำหรับผลการตรวจสอบทางวิชาการ พบรอยตีนไดโนเสาร์บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพานจำนวน 6 รอย เรียงต่อเนื่องเป็นแนวทางเดิน 1 แนวมีอายุอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้นหรือประมาณ 120 ล้านปี แต่ละรอยมี 3 นิ้ว ปลายแหลมยาวประมาณ 29 เซนติเมตรและกว้าง 26 เซนติเมตร นักวิชาการสันนิษฐานว่าเป็นรอยของไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง

เมื่อประเมินจากขนาดรอยตีนคาดว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยมีความสูงบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 เมตรและลำตัวยาวประมาณ 6.30 เมตรใกล้เคียงกับไดโนเสาร์ ‘สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส’ (Siamotyrannus isanensis) ที่เคยค้นพบในประเทศไทย อย่างไรก็ตามยังต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อระบุชนิดของไดโนเสาร์เจ้าของรอยให้ชัดเจน
ว่าที่ร้อยตรีกฤษณะ สุดชา นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กล่าวว่าหลังได้รับแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์สำรวจและข้อมูลแผนที่ธรณีวิทยาเพื่อตรวจสอบพิกัดที่ได้รับแจ้งว่าอยู่ในบริเวณใดของแผนที่ รวมถึงพิจารณาว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในหมวดหินและยุคใด ก่อนลงพื้นที่ทำความสะอาดบริเวณที่พบร่องรอย เปิดหน้าดินและตรวจสอบจำนวนรอย พร้อมเก็บข้อมูลที่จำเป็นต่อการศึกษา
ว่าที่ร้อยตรีกฤษณะกล่าวว่าลักษณะที่ใช้พิจารณาว่าเป็นร่องรอยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ เช่น ไดโนเสาร์ ประกอบด้วยรูปแบบรอยประทับ ระยะห่างของรอยที่ใกล้เคียงกัน ลักษณะนิ้วและกรงเล็บ รวมถึงมุมระหว่างนิ้ว ซึ่งช่วยให้นักวิชาการพิจารณาได้ว่ารอยดังกล่าวเกิดจากสิ่งมีชีวิตไม่ใช่การกัดเซาะของน้ำหรือกระบวนการทางธรรมชาติ โดยต้องวิเคราะห์ลักษณะและรูปแบบการเดินประกอบกันเพื่อยืนยันว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์
สำหรับพื้นที่ค้นพบเป็นบริเวณกว้างในเขตป่าไม้และมีลักษณะทางธรณีวิทยาหลากหลายและซับซ้อน การค้นพบจึงเป็นเรื่องบังเอิญและเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากบางช่วงอาจมีน้ำหรือตะกอนปิดทับร่องรอยไว้แต่ครั้งนี้ตะกอนเปิดออกพอดีประกอบกับมีผู้พบเห็นและแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่และสำรวจบริเวณโดยรอบเพิ่มเติม
ว่าที่ร้อยตรีกฤษณะกล่าวว่าหลังจากนี้จะถ่ายภาพและจัดทำภาพสามมิติก่อนนำข้อมูลไปศึกษาต่อในห้องปฏิบัติการ โดยมีแผนอนุรักษ์แหล่งค้นพบด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อป้องกันการสึกกร่อนเพิ่มเติม พร้อมจัดทำพิมพ์จำลองสำหรับนำไปเผยแพร่ความรู้ตามพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์บริการความรู้และนำข้อมูลทางวิชาการไปต่อยอดให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และเยาวชนในพื้นที่
ด้าน นายพิชัย ประเทศเสนา ผู้แจ้งเบาะแสกล่าวว่าวันที่พบรอยตีนไดโนเสาร์เป็นวันที่เดินป่าตามปกติโดยตั้งใจไปเที่ยวน้ำตกเมื่อเดินไปถึงลำธารจึงเลี้ยวซ้ายขึ้นไปจนถึงฝายชะลอน้ำขนาดเล็กซึ่งเป็นบริเวณที่พบรอยตีนไดโนเสาร์ ขณะนั้นมีเด็กเล่นน้ำอยู่บริเวณดังกล่าวจึงเดินเข้าไปดูรอยที่พบ ตอนแรกคิดว่าอาจใช่แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติและน่าจะมีคนเห็นอยู่แล้วจึงลองถามเพื่อนเพื่อให้แน่ใจก่อนโพสต์สอบถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์และเรื่องราวได้รับความสนใจมากขึ้น
นายพิชัยกล่าวว่าตนเองไม่ได้มีความรู้เรื่องไดโนเสาร์โดยตรงแต่ชอบฟังเรื่องซากดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ระหว่างขับรถ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าเหตุใดภาคอีสานจึงมีไดโนเสาร์จำนวนมากและเหตุใดจึงพบฟอสซิลในภาคอีสานโดยฟังจากพอดแคสต์ รวมถึงเคยเห็นภาพรอยตีนไดโนเสาร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และยูทูบมาก่อนจึงทำให้เมื่อพบร่องรอยดังกล่าวเกิดความสงสัยและตัดสินใจแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการศึกษาและคุ้มครองหลักฐานทางธรรมชาติที่มีคุณค่าของประเทศโดยกรมทรัพยากรธรณีจะประสานความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการค้นหาและแจ้งเบาะแสเพื่อให้ซากดึกดำบรรพ์และหลักฐานสำคัญทางธรณีวิทยาของไทยได้รับการศึกษาและคุ้มครองอย่างเหมาะสมและส่งต่อมรดกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าสู่คนรุ่นต่อไป















