‘โรม’ เผยยังไม่เห็นรายละเอียด ‘ศุภชัย’ ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม
‘โรม’ เผยยังไม่เห็นรายละเอียด ‘ศุภชัย’ ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม ชี้ปัญหาไม่ใช่การตีความกฎหมาย แต่เป็นการปกป้องพวกพ้องน้ำเงิน ซัดเป็นการตีรวน
วันนี้ (22 ต.ค.69) นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยมีการถกเถียงการบรรจุวาระ และร้อง ป.ป.ช.เรื่องการทำหน้าที่ของประธาน ว่าตนเองยังไม่เห็นการร้องไปที่ ป.ป.ช.และยังไม่ทราบรายละเอียด สำหรับกระบวนการร้อง หากพูดอย่างตรงไปตรงมา คิดว่าการร้องไม่เท่ากับว่าคนถูกร้องจะผิด เพียงแต่ต้องดูต่อว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร เรื่องทั้งหมดที่เราทำไม่ได้ผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้เรามีการประชุมประเด็นสินบน 40 ล้านบาทมาแล้วหลายครั้ง น่าจะเกิน 6-7 ครั้งไปแล้วด้วยซ้ำ จากการประชุม 8 ครั้ง ดังนั้นเราทำมาตลอด หากไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ก็ควรไม่เห็นด้วยมาตั้งนาน ไม่ใช่ว่าสุดท้ายมาไม่เห็นด้วย เพราะว่าไป ๆ มา ๆ เรื่องนี้ไปเชื่อมกับนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ไปเชื่อมกับเว็บพนัน ดังนั้นหากทำกันแบบนี้ เดี๋ยวสังคมจะเข้าใจว่าสิ่งที่นายศุภชัย ใจสมุทร ทำทั้งหมด เป็นเรื่องการพยายามในการปกป้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ให้พ้นจากการตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้คิดว่าไม่ควรเป็นความตั้งใจแบบนั้นของนายศุภชัย
“สิ่งที่นายศุภชัยควรจะทำคือใจเย็น ๆ เราทำงานการตรวจสอบจากพยานหลักฐาน ผมเป็น สส.ฝ่ายค้าน ผมเป็นประธานกรรมาธิการ เราไม่มีอำนาจในการไปสั่งการหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว ดังนั้นทุกอย่างต้องว่าตามพยานหลักฐาน ผิดก็ว่าไปตามผิด ท่านไม่จำเป็นต้องโอดครวญในเรื่องนี้เลย ส่วนถ้าท่านจะเสนอเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับวาระเรา มันก็มีข้อบังคับอยู่” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ประเด็นล่าสุดการเสนอของนายศุภชัยก็มีผู้รับรองแค่ 4 คน เมื่อมีผู้รับรองเท่านี้ ก็บรรจุเป็นญัตติไม่ได้ ก็ไม่มีปัญหาเท่านี้ ตนเองจะให้สิทธิ์ในการพูดไม่พูดก็เป็นอำนาจของประธาน ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่ตัดสินใจวอล์กเอาต์และเรียกร้องให้เพื่อนคนอื่นต้องวอล์กเอาต์ตามนั้น ตนคิดว่าให้พี่น้องประชาชนตัดสินดูแล้วกันว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แต่ยืนยันว่าทั้งหมดที่เป็นประเด็นกันมา ตั้งแต่เมื่อวานที่มีการประชุมประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ เป็นประเด็นเรื่องจริยธรรมไปจนถึงการวอล์กเอาต์นั้น เอาตรง ๆ มันไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือเป็นปัญหาเพราะว่าตนเองในฐานะประธานกรรมาธิการมีการออกมติใช้อำนาจเรียก เพื่อเรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่เชื่อมโยงกับการสอบท้องถิ่น นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ในกรณีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น และวันนี้เรียกคือนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย
“พูดง่าย ๆ ปัญหาไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย แต่เพราะผมไปตรวจสอบน้ำเงิน วันนี้จึงมีความพยายามตีรวน และทำให้ระบบทุกอย่างเป็นปัญหา มีความพยายามจะกดดันข้าราชการ กดดันฝ่ายเลขา เพื่อที่จะยืนหลังข้าราชการ และเอาความเห็นที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายมาตามข้อบังคับมาบีบบังคับเรา” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ที่เรากำลังเห็นในตอนนี้มันคือความพยายามในการทำร้ายระบบตรวจสอบของสภา ของฝ่ายค้านที่มีไม่กี่อย่าง คือความพยายามในการกินรวบอำนาจสภา เพื่อทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบกันได้ วันนี้ปัญหามีแค่นี้ ตนเองตรวจสอบเรื่องทับลาน เรื่องที่ดิน คุณไม่มีปัญหา แต่ถ้าตนเองมาตรวจสอบของน้ำเงิน ว่าคนของน้ำเงินเหล่านั้นจะเชื่อมโยงกับกฎหมายอย่างไรบ้าง คุณมีปัญหา ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย แต่คุณกำลังปกป้องผู้กระทำความผิดหรือไม่
ส่วนการที่เรียกร้องว่าการตีความอำนาจของประธานต้องใช้มติจากที่ประชุมในการเชิญใครมานั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า นายศุภชัยไม่เข้าใจ ตนเองไม่เข้าใจว่าตีความกฎหมายหรือข้อบังคับ ตีความมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ได้อย่างไร ข้อบังคับระบุว่าอำนาจของประธานที่มีอย่างไรในห้องประชุมใหญ่ ให้เอามาใช้ในกรณีของประธาน กมธ.โดยอนุโลม กรณีการที่นายศุภชัยเสนอญัตติ ต้องการผู้รับรองในห้องประชุมใหญ่อย่างน้อย 20 คน แต่ถ้ากรรมาธิการต้องมี 5 คน ต้องใช้กันแบบนี้ แต่นายศุภชัยพยายามไม่เข้าใจ ตนเองถามว่าในห้องประชุมใหญ่ เคยเห็นหรือไม่ว่าประธานสภาถามที่ประชุม สส.ก่อนว่า จะบรรจุวาระอะไรดี มีใครจะเสนออะไรไหม เคยเห็นนายโสภณ ซารัมย์ ทำแบบนี้หรือไม่ มันไม่มีหรอก อำนาจในการบรรจุระเบียบวาระตามที่กำหนดเป็นอำนาจของประธานสภา ซึ่งบัญญัติเอาไว้ในข้อที่ 22 ของข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวถูกบังคับใช้โดยอนุโลมของประธานกรรมาธิการ ย้ำว่าทั้งหมดคือการตีความเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง














