POLITICS

‘ศิริโชค’ เข้าชี้แจง กมธ.การกฎหมายปม shuffle. com

‘ศิริโชค’ เข้าชี้แจง กมธ.การกฎหมายปม shuffle. com ตามหาเหรียญ 88 ล้านเหรียญ ที่จัดสรรให้นักลงทุน คาดมูลค่าสูงกว่าหุ้น จ่อสอบปมผลประโยชน์ทับซ้อน

วันนี้ (22 ต.ค. 69) นายศิริโชค โสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย เพื่อพิจารณาศึกษานโยบายทางกฎหมายเชิงรุกและติดตามการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีการเสนอสินบน การปรักปรำเว็บไซต์พนันออนไลน์ และติดตามควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตลอดจนติดตามความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทุนสีเทาข้ามชาติ

นายศิริโชคระบุว่าต้องดูก่อนว่ากรรมาธิการจะให้ตนเองให้ข้อมูลอะไรบ้าง หรือให้ตนเองซักถามข้อมูล หรือให้เสนอในเรื่องอะไร ก็สุดแล้วแต่กรรมาธิการ ส่วนข้อเท็จจริงที่นอกเหนือจากที่เปิดเผยกับสื่อมวลชนนั้น ก็ต้องดูต่อไปเรื่อย ๆ เพราะช่วงนี้อยู่ระหว่างการพัก โดยเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจคือเหรียญ shuffle. com เพราะเราได้รับการยืนยันจากนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ว่ามีหุ้นที่ขายไปแล้ว แต่ที่เราสืบหาอยู่คือเหรียญ shuffle. com เพราะตั้งแต่แรกมีการจัดสรรเหรียญจำนวน 88 ล้านเหรียญให้กับผู้ลงทุน เรื่องนี้เรายังไม่เจอ ตนเองพยายามค้นหาอยู่ว่าเหรียญดังกล่าวอยู่ตรงไหน เพราะเราเจอหุ้นแล้ว แต่ยังไม่เจอเหรียญก็เป็นเป้าหมายต่อไปของการขุดหาเหรียญ

นายศิริโชคกล่าวอีกว่าเหรียญดังกล่าวเราเห็นความเชื่อมโยง แต่ก็สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พยายามเชื่อมโยงของเหรียญที่ไปโผล่ที่บัญชี ก.ล.ต.ส่วนการคำนวณเงินทุนสำรองของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตามคิดว่าเหรียญมีความสำคัญ เพราะอาจมีมูลค่ามากกว่าหุ้นด้วยซ้ำ เนื่องจากวันที่จะจัดสรรเหรียญนั้น เหรียญมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 130% เป็นสิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่ เพราะนางสาวสุชาดาไม่พูดถึงเหรียญดังกล่าวเลย ในขณะที่สามีเป็นคนที่นิยมเหรียญอยู่แล้ว ดังนั้นเป้าหมายของตนเองและกรรมาธิการคือต้องหาข้อเท็จจริงในเรื่องเหรียญ

ขณะที่เรื่องหุ้น เรายังมีความคลางแคลงใจที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ที่บอกว่าไม่รู้ เปลี่ยนเป็น 1% แล้วบอกว่าขายแล้ว 1.47% ตนเองพยายามหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้อยู่ เพราะทะเบียนหุ้นที่เรามีอยู่คือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และในทะเบียนหุ้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงถือหุ้นเลย ดังนั้นต้องให้นางสาวสุชาดาและสามี เอาทะเบียนหุ้นที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands) มาให้เราดู เพราะขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของหุ้น ซึ่งทะเบียนหุ้นดังกล่าวในปี 2567 ไม่ใช่ 4-5 ปีที่แล้ว

นายศิริโชคกล่าวว่าตนเองไม่ได้มีการติดต่อจากพรรคการเมือง ในพรรคประชาธิปัตย์ก็คุยกันคร่าว ๆ ถึงที่มาที่ไป ดังนั้นเมื่อนางสาวสุชาดายอมรับว่ารู้ว่าสามีลงทุนในบ่อนการพนันออนไลน์ และมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ที่เป็นเลขานุการรัฐมนตรีดีอี หากเป็นความจริงหมายความว่าจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และจะลามไปถึงรัฐมนตรีนายไชยชนก ชิดชอบ ในฐานะที่ตั้งคนที่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ส่วนจะเป็นแค่เรื่องจริยธรรมหรือข้อกฎหมายอื่นหรือไม่ นายศิริโชคระบุว่าตนเองมองมากกว่าจริยธรรม เป็นความผิดทางอาญา มีผลประโยชน์ทับซ้อน และโทษถึงขั้นจำคุกหนักกว่าปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ให้นางสาวสุชาดาชี้แจงตามข้อเท็จจริง เป็นในลักษณะเหมือนพรรคลอยแพนั้น นายศิริโชคกล่าวว่าเรื่องทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากทรัพย์สินนั้นเกี่ยวพันกับการทำงานของรัฐมนตรีและเลขานุการรัฐมนตรี อย่าลืมว่านางสาวสุชาดาไม่ใช่แค่ สส. แต่อดีตเคยเป็นผู้บริหารในกระทรวงดีอี และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบเว็บการพนัน ซึ่งสามีเป็นหุ้นส่วน โดยในห้วงเวลาดังกล่าวมีการปราบเว็บอื่นเกือบล้านเว็บ แต่เว็บ shuffle. com ไม่ได้มีการปราบ ดังนั้นจึงเป็นข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และเมื่อยอมรับเองจากสาธารณะว่ารู้ถึงการลงทุนของสามีตั้งแต่ก่อนและระหว่างการเป็นเลขาฯ ยิ่งผูกมัดเข้าไปใหญ่ว่าอาจมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น ย้ำว่าระยะเวลาในการถือหุ้นและช่วงที่เป็นเลขาฯ รัฐมนตรีทับซ้อนกัน จึงเป็นประเด็นสำคัญซึ่งหนักกว่าเรื่องการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงพอดี จึงถามนายศิริโชคว่า “ไหน จอบอยู่ไหน” โดยนายศิริโชคจึงตอบว่า “เอาไว้ในรถ” ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ต่อ

นายศิริโชคกล่าวอีกว่านอกจากดีเอสไอเชิญเข้าให้ข้อมูล ยังไม่มีหน่วยงานใดเชิญไปให้ข้อมูลอีก และหากมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินก็พร้อมที่จะไปให้ข้อมูลอีกครั้ง พร้อมยอมรับว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น 1.47% ในบริษัทที่มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าหุ้นราว 300 ล้านบาท มีความผิดปกติเพราะการลงทุนในบริษัท Startup ผู้ลงทุนคาดหวังจะขายหุ้นในช่วงบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังเข้าตลาดหลักทรัพย์กำไรดีมากโดยเฉพาะปี 2568 กำไร 1,500 ล้านบาท ได้รับปันผลเกือบ 600 ล้านบาท จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปขายหุ้นดาวรุ่งในตอนนั้น ซึ่งหากหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์อาจมีมูลค่าเฉียด 1,000 ล้านบาท มีหุ้นขยะแต่กลับไม่ขาย

Related Posts

Send this to a friend