POLITICS

ศาลอาญา เลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 กปปส. ชัตดาวน์ กทม. เหตุ อยู่ระหว่างอัยการ-จำเลย ยื่นฎีกานิรโทษกรรม

ศาลอาญา เลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 กปปส. ชัตดาวน์ กทม. เหตุ อยู่ระหว่างอัยการ-จำเลย ยื่นฎีกานิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข

วันนี้ (12 ต.ค. 69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คดีดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส. กับพวกรวม 39 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏฯ ฟังคำสั่งตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 โดยศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งในวันนี้ เนื่องจากจำเลย และฝ่ายอัยการ อยู่ระหว่างการยื่นฎีกา

นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่มแกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข มีผลบังคับใช้ ทำให้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีชุมนุมทางการเมืองย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่ากลุ่มลูกความเข้าข่ายให้ศาลจำหน่ายคดีที่อยู่ในศาลทั้งหมด ซึ่งมี 2 ช่องทาง คดีที่จบไปแล้วต้องยื่นต่อคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น

ทั้งนี้ ได้ยื่นคำร้องในทุกคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เพื่อขอให้ศาลจำหน่ายคดี และคดีจำเลยมีหลายคนพนักงานอัยการจึงได้ยื่นฎีกา จำเลยที่ 1 และได้ยื่นฎีกาควบคู่กัน เบื้องต้นศาลมีคำสั่งรับเป็นฎีกาแล้ว แต่ศาลอาญากลับออกหมายนัดมาฟังคำสั่งคดีในวันนี้ แต่ก่อนจะตรวจสอบวันที่ 6 ต.ค. พบว่าคดีอยู่ระหว่างการฎีกา ประกอบจำเลยหลายคนมีเหตุผลในการยื่นฎีกา อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน จึงเห็นควรยกเลิกการฟังคำสั่งคดีของศาลอาญาในวันนี้

นายสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อยกเลิกแล้วศาลอาญาต้องส่งสำนวนคดีไปที่ศาลฎีกา เนื่องจากอำนาจอยู่ในศาลฎีกาแล้ว ทั้งนี้ สำหรับการยื่นฎีกาของจำเลยไม่ใช่เฉพาะนายสุเทพเพียงคนเดียว แต่ยังมีจำเลยคนอื่นอีกจำนวนมากที่ยื่นไปแล้ว เหลือเพียง 6-7 คน ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่น โดยหลักการยื่นฎีกาเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นเหตุแห่งคดี แม้จำเลยบางคนไม่ได้ยื่นฎีกา แต่ศาลเห็นว่าเป็นเหตุแห่งลักษณะคดีก็สามารถพิพากษาไปถึงจำเลยที่ไม่ได้ยื่นฎีกาได้\

Related Posts

Send this to a friend